Bowmin* View my profile

[Fic] :: Love Less :: 22

posted on 16 Aug 2011 01:11 by bowmin  in LoveLess
[Fic]@@....Love Less…@@
[Couple]...Kyu x Min…
[Writer]...Bowmin…


Love Less.........


ไร้รัก.....................



Part 22


“นายกลับมาเพื่อถามกันแค่นี้เหรอ” คยูฮยอนถามคนที่ยืนมองเขาเพื่อรอเอาคำตอบ ที่กลับมาก็แค่จะถามว่าเขารักใครไม่รักใครแค่นั้นน่ะหรือ

“ฉันอยากมั่นใจ ว่าฉันยังกลับมาหานายได้ นายไม่คิดถึงฉันหรอ” คิฮยอนน้ำตาคลอ ตลอดเวลาที่อยู่อังกฤษเขาคิดถึงคยูฮยอนมาก แต่คยูฮยอนกลับเงียบหาย แค่เขาไม่ยอมคุยเอ่ยปากไล่ไม่กี่ครั้งก็ถอดใจเลิกง้อแล้วกลับเกาหลีแล้วอย่างนั้นหรือ ที่โกรธ ที่บอกเลิกคราวนั้นก็เพราะรักมาก การที่เห็นคนรักของตัวเองมีอะไรกับคนอื่นมันเจ็บเจียนตาย ก็แค่อยากทำอะไรเพื่อความมั่นใจก็เท่านั้นไม่ได้หรือไงว่ายังรักกันอยู่หรือเปล่า แต่การกระทำของคยูฮยอนกลับทำให้เขาหวั่นไหว ไม่แน่ใจในความรักระหว่างเรา

“คิดถึงสิ แต่นายไม่ยอมคุยกับฉัน ก็เลยไม่กล้า” คยูฮยอนตอบอย่างไม่เต็มเสียงนัก เขาคิดถึงคิฮยอนจริง ทุกอย่างเป็นจริงแต่ช่วงหลังเขาไม่ค่อยได้คิดเรื่องของคิฮยอนเท่าไหร่นัก เพราะซองมิน...

“อย่าโกหก นายมีความสุขกับเมียนายมากกว่า” คิฮยอนพูดประชด เพราะเขาก็รู้อะไรมาจากพี่จีฮยอนและก็คุณแม่มาบ้าง ที่เขากลับมาไม่ใช่เพราะแรงยุยงจากใครแต่เป็นเพราะเขากลัวจะเสียคยูฮยอนไปจริงๆหากเขาปล่อยให้นานกว่านี้

“ไม่จริงนะ ฉันคิดถึงนาย ฉันรักนายนะคิฮยอน” คยูฮยอนรีบพูดเหมือนสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง คยูฮยอนมักจะเป็นแบบนี้มักจะกลัวคิฮยอนโกรธจนต้องรีบพูดอย่างไม่ทันได้คิด เพียงแค่ให้คิฮยอนหายโกรธเขาก็พอใจแล้ว

“แล้วเมียนายล่ะ เอาไปเก็บไว้ที่ไหน”

“ซองมินเป็นแค่....” อยู่ๆคยูฮยอนก็เงียบเหมือนพูดไม่ออกมาเสียอย่างนั้น นั่นสิตอนนี้ซองมินเป็นแค่อะไรสำหรับเรา เพื่อนแก้เหงา หรืออะไร

“แค่อะไร” คิฮยอนเค้นเสียงถาม เพราะเขาก็เริ่มหวั่นไหวในตัวคยูฮยอนบ้างแล้ว ทุกครั้งที่คยูฮยอนจะพูดถึงซองมินดูเหมือนจะพูดได้ไม่เต็มเสียงนักแล้วยังหลบสายตาเขาอีก เหมือนกำลังโกหกหรือไม่มั่นใจในสิ่งที่พูด

“เขาทำให้ฉันไม่ฟุ้งซ่านเรื่องนาย” คยูฮยอนพูดตามที่ใจคิดออกมาเสียงเบา ใช่ซองมินทำให้เขาไม่คิดฟุ้งซ่านเรื่องคิฮยอน ทำให้การใช้ชีวิตของเขาอยู่ต่อไปได้โดยไม่เครียด เขารู้สึกกับซองมินแบบนี้จริงๆ แต่ถ้าให้ระบุความสัมพันธ์ก็ไม่รู้ว่าอยู่ในระดับไหน เขาไม่รู้จริงๆ

“หึหึ นายจะบอกว่าซองมินเป็นแค่คนคลายเหงา หรือของฆ่าเวลาอย่างนั้นสิ”

“ฉันรักนายคนเดียวมาตลอดนะ” คยูฮยอนรีบจับมือคิฮยอนไว้แน่น เพื่อให้อีกคนได้รู้และเชื่อเขาว่าเขารักคิฮยอนจริงๆ แต่เลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามของคิฮยอน เพราะมันไม่ใช่อย่างนั้น ซองมินไม่ใช่ที่ฆ่าเวลาแต่เขาไม่รู้ว่าเป็นอะไร ในตอนนี้เขาไม่รู้จริงๆ

“ถ้าอย่างนั้นก็หย่าสิ แล้วฉันจะยกโทษให้” คิฮยอนลองเชิง อยากรู้ว่าคยูฮยอนจะกล้ารับปากกับเขาไหม คำนี้คยูฮยอนเคยบอกกับเขาแล้วว่าจะหย่า แต่ก็ไม่เห็นหย่าเสียที เพราะความผูกพัน หรือเพราะอะไรกันแน่ที่คยูฮยอนไม่ยอมทำตามคำพูดสักที หากคยูฮยอนยังคงเป็นแบบนี้เขาก็ไม่อยากจะรอ แต่ก็ไม่อยากถอย จึงต้องยื่นคำขาดแบบนี้ไป

“...............” คยูฮยอนเหมือนกำลังอึ้งในสิ่งที่ได้ยิน...หย่า หมายถึงคือเขาและซองมินจะต้องแยกกันอยู่อย่างนั้นหรือ...จู่ๆใบหน้า และรอยยิ้มของซองมินก็ลอยเข้ามาในความคิด เขารู้สึกหนักอึ้งไปทั้งปาก รอยยิ้มของซองมินเขาจะไม่ได้เห็นแล้วอย่างนั้นหรือ

“เงียบทำไมคยูฮยอน นายรักฉันจริงหรือเปล่า” คิฮยอนก็เริ่มใจเสียเมื่อคยูฮยอนอยู่ๆก็เงียบขึ้นมาเสียอย่างนั้น จึงต้องเอ่ยเรียกสติของคยูฮยอนให้กลับมา

“ได้ฉันจะหย่า แล้วเราก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมนะ” คยูฮยอนรีบตอบพร้อมกับปัดใบหน้าและรอยยิ้มของซองมินทิ้งไป...เขาต้องทำอะไรเพื่อคิฮยอนได้บ้างแล้วสิ คนที่เขารักคือคิฮยอนต่างหากไม่ใช่ซองมิน คิฮยอนรอเขามานานแล้วเพราะฉะนั้นเขาต้องเลือกคิฮยอนสิ

คยูฮยอนดึงคนรักเข้ามากอด เขารู้สึกว่าคนในอ้อมกอดซูบลงไปมาก เพราะเขาหรือเปล่าที่ทำให้คิฮยอนซูบผอมไปแบบนี้ เพราะเขาใช่มั้ย คยูฮยอนกระชับกอดแน่นใบหน้าของซองมินเข้ามาในหัวอีกแล้ว ทำไมกัน ทำไมกอดคิฮยอนแล้วต้องนึกถึงซองมินด้วย นึกถึงใบหน้านองน้ำตานั่นแล้วรู้สึกผิด ไม่อยากปล่อยไปเลยอยากดูแล แต่เขาต้องเลือกคิฮยอน...ขอโทษนะซองมิน

คิฮยอนโอบกอดตอบ อ้อมกอดอันอบอุ่นนี้ช่างถวิลหาเหลือเกิน ไม่ได้กอดมานานแค่ไหนแล้วนะความอบอุ่นที่คุ้นเคยทำให้คิฮยอนมีกำลังใจที่จะสู้เพื่อเอาคยูฮยอนกลับมายืนเคียงข้างกายเขาอีกครั้ง ขอโทษนะซองมินที่ต้องทำแบบนี้แต่เพราะฉันรักเขาจริงๆ นายก็ผิดที่มาแย่งเขาไป ถึงเวลาที่ฉันจะต้องได้คนของฉันคืนแล้ว

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็นั่งคุยกันต่ออีกซักพักจึงแยกย้ายกันกลับเข้างาน แต่คิฮยอนกลับบ้านก่อนแล้วนัดเจอกันที่บริษัทในวันพรุ่งนี้ เมื่อกลับมาที่โต๊ะก็เห็นซองมินนั่งอยู่คนเดียวพร้อมทั้งแก้วไวน์เปล่าๆอีกห้าแก้ววางอยู่ตรงหน้า

“พอแล้วจะกินอะไรนักหนา” คยูฮยอนเอ่ยห้ามเมื่อซองมินหยิบอีกแก้วจากบริกรที่เดินเสริฟ์ไวน์

“อร่อย” ซองมินหันมาตอบแค่นั้นก่อนจะยกไวน์ดื่มรวดเดียวจนหมดแล้วทำหน้าบูดเบี้ยวไปมา จนคยูฮยอนส่ายหัวเนี่ยน่ะหรือที่บอกว่าอร่อยทำหน้าเหมือนถูกจับกรอกปากเสียมากกว่า

“พอแล้ว กลับได้แล้ว” คยูฮยอนจับมือข้างที่อีกคนกำลังยกเพื่อเรียกบริกรเพื่อเอาไวน์  พี่จีฮยอนก็โทรมาบอกว่าจะไปต่อกับเพื่อน เพราะฉะนั้นก็ไม่มีอะไรให้ต้องอยู่แล้ว อีกอย่างขืนอยู่นานซองมินคงได้เมาหนักกว่านี้แน่ๆ

“อยากกิน” ใบหน้าสวยที่แต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางตอบเสียงห้วน แก้มป่องๆแดงปลั่งเพราะแอลกอฮอล์นั่นทำให้คยูฮยอนรู้สึกหมั่นไส้อดที่จะหอมเข้าไปฟอดใหญ่ไม่ได้

“อื้อ ไอ้บ้า ปล่อยนะ” ซองมินขืนตัวไว้เมื่อคยูฮยอนโอบแล้วลากเขาให้กลับ...ทำไมต้องกลับมาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วย เหมือนกับคยูฮยอนไม่ได้ไปเจอคิฮยอนมาเหมือนกับไม่ได้พูดเรื่องหย่ากับคิฮยอน ทำไมต้องมาสนใจเขาเหมือนเดิมด้วย แล้วอย่างนี้เขาจะตัดใจได้ยังไง

“กลับได้แล้วอายคนอื่นเขาบ้างเมาแล้วนะ” คยูฮยอนกัดฟันพูดเสียงเบาเมื่อซองมินเริ่มดื้อ ไม่ยอมเดินตามมาด้วยดีๆจนคนในงานเริ่มมองกันแล้ว เขาไม่อยากเป็นที่นินทาของคนอื่นท่าไหร่หรอกนะ

“ทำไมอายหรอมีเมียแบบฉันน่ะ” ซองมินสวนกลับเสียงเบาเหมือนกัน ตากลมจ้องมองอีกคนขวางๆ ใช่สิเขามันน่าอาย เป็นตัวน่ารังเกียจที่ไม่มีใครรักหนิ

“ไม่อายแต่อยากเอา เข้าใจไหม”

“....................” ซองมินได้แต่อึ้งกับคำตอบที่ได้ เป็นผลให้ถูกลากมาอยู่ในรถได้ง่ายดาย เมื่อเข้ามาในรถซองมินก็นั่งเงียบ ในใจเริ่มหวั่นกับคำพูดของคยูฮยอน กลับไปถึงบ้านเขาจะถูกทำอย่างว่าหรือเปล่า ไม่สิคงไม่ ก็แค่พูดให้เขาดีใจเล่นไปเท่านั้น เขายังจำบทสนทนาระหว่างคยูฮยอนกับคิฮยอนได้ดี คำบอกรัก และเรื่องหย่า มันช่างเจ็บปวดใจเสียจริง

ตลอดเวลาที่เขาคิดว่าคยูฮยอนทำดีด้วย ยอมกอดเขาด้วยความอ่อนโยน คิดว่าจะเริ่มมีใจให้กัน คิดว่าคยูฮยอนเริ่มที่จะรักเขาแล้ว แต่ความจริงแล้วกลับไม่ใช่อย่างนั้น คยูฮยอนไม่เคยรู้สึกรักเขาเลย คนที่รักจริงคือคิฮยอนและจะเป็นคิฮยอนตลอดไปอย่างนั้นใช่มั้ย

“เป็นอะไรของนาย” คยูฮยอนถามขึ้นเมื่อเห็นอาการซึมผิดปกติของซองมิน ตอนก่อนออกจากงานก็ยังซ่าอยู่เลย แล้วนี่นั่งซึมตั้งแต่ในรถยันถึงบ้านคยูฮยอนยืนกอดอกมองคนที่เอาแต่นั่งก้มหน้านิ่งอยู่บนเตียง

“ฮึก ฮือ” ซองมินอดไม่ได้ เขาพยายามกลั้นน้ำตามาตลอดแต่เพราะความเมาหรืออะไรไม่รู้ทำให้บ่อน้ำตามันตื้นแบบนี้ วันนี้เขาร้องไห้ไปกี่ครั้งแล้วนะ

“เป็นอะไรของนาย เมามากแล้วไปอาบน้ำไป” คยูฮยอนตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆคนที่นั่งเงียบๆก็ร้องไห้ออกมาเสียอย่างนั้น เขาจะเข้าไปดึงตัวให้ไปอาบน้ำแต่กลับถูกปัดมือทิ้ง

“ไม่ต้องมายุ่ง ไม่ต้องมาสนใจ” ซองมินเขยิบตัวหนีเหมือนไม่อยากให้แตะต้อง เขาอยากร้องไห้ไม่รู้ทำไมถึงได้อยากร้องไห้มากขนาดนี้

“ซองมิน!! นายเป็นบ้าหรือไง ไปอาบน้ำ” คยูฮยอนเริ่มหัวเสียเมื่ออีกคนพูดไม่รู้เรื่องเอาแต่นั่งร้องไห้แล้วก็เบี่ยงตัวหลบเขาไม่ยอมให้จับ

“บอกว่าไม่ต้องมายุ่งไง!...ฮึก ฮืออ” ซองมินตวาดลั่นพร้อมทั้งสะอึกสะอื้นกอดตัวเองแน่น เขาไม่อยากให้คยูฮยอนเอาใจใส่เขา ไม่อยากให้มาสนใจ เพราะมันยิ่งทำให้เขาเจ็บ

“อีซองมิน” คยูฮยอนเริ่มหมดความอดทนกับคนตรงหน้าเข้าไปทุกที เขายืนกัดฟันกรอดๆระงับอารมณ์ไว้ก่อนจะกระชากคนที่เอาแต่ร้องไห้ให้ลุกขึ้น แต่อีกคนก็เอาแต่ดิ้นดึงแขนข้างที่ถูกเขาจับไว้ให้หลุดแต่คยูฮยอนก็บีบไว้แน่น

“ไม่รักก็ไม่ต้องมายุ่ง ฮือ อยากหย่ามากเลยหรือไง ฉันมันแค่ที่ระบายไม่ต้อง ฮึ่ก มาสนใจ” เป็นเพราะเมาหรืออย่างไรที่ทำให้ซองมินปากไว แต่ก็หยุดไม่อยู่ดีเขาอยากระบายมันออกไปก็เท่านั้น ไม่รู้ว่าพูดอะไรออกไปบ้างแต่ทุกคำพูดล้วนแต่อึดอัดอยู่ในใจ

“พูดบ้าอะไรของนายซองมิน” คยูฮยอนรวบตัวอีกคนเข้ามาเขย่าเบาๆ ซองมินไปได้ยินที่เขาพูดกับคิฮยอนมาอย่างนั้นหรือ หรือว่าพูดออกมาเพราะความเมากันแน่

“ความจริงยังไงล่ะ..”

“นายไปได้ยินอะไรมา!” เสียงทุ้มตวาดลั่น นี่ซองมินไปแอบฟังเขาคุยกันอย่างนั้นหรือ ความผิดแล่นเข้ามาจุกอกเสียอย่างนั้น

“ถ้าฉันไม่ยอมหย่านายจะทำยังไง...จะฆ่าฉันหรือเปล่า” ใบหน้าที่นองไปด้วยน้ำตาเอ่ยถามเหมือนยั่วโมโห ซองมินเหยียดยิ้มเหมือนกำลังดูถูกตัวเอง

“ถ้าฉันตายคุณคงดีใจสินะ”

เพี้ยะ!

ฝามือใหญ่ฟาดเข้าไปเต็มแก้ม ทำเอาคนที่ไม่มีแรงจะยืนทรุดลงไปนั่งกับพื้น คยูฮยอนได้แต่กำหมัดแน่น มองร่างที่นั่งตัวสั่นร้องไห้ด้วยความโกรธก่อนจะเดินกลับห้องตัวเองทันที

ใครอยากเห็นนายตายกัน ทำไมถึงพูดแบบนี้ออกมาได้ คยูฮยอนรู้สึกโกรธจนตัวสั่น เขาต้องนั่งระงับอารมณ์อยู่ในห้องเพียงคนเดียว ใบหน้าเครียดซบลงบนฝ่ามือ....ฉันไม่เคยอยากให้นายตายซองมิน รู้มั้ยว่าเขาโกรธแค่ไหนที่ได้ยินคำว่าตายจากปากซองมิน ฉันอยากให้นายอยู่ข้างๆฉันแบบนี้ต่างหาก ไม่ได้อยากเสียนายไป แต่ฉันเลือกคิฮยอนเพราะฉันรักคิฮยอน รักคิฮยอน คยูฮยอนเหมือนกำลังสับสนในตัวเอง พร่ำบอกย้ำกับตัวเองว่ารักคิฮยอนๆ แต่ใจจริงแท้แล้วเขาต้องการใครกันแน่  ซองมินก็ไม่อยากเสียไป คิฮยอนก็เสียไปไม่ได้เช่นกัน


.
.
.


ซองมินตื่นขึ้นมาพร้อมกับหัวที่หนักอึ้งแล้วก็อาการปวดตาเหมือนจะลืมไม่ขึ้น เมื่อคืนเขาร้องไห้ทั้งคืนกว่าจะหลับก็เกือบเช้า วันนี้เลยตื่นสายไปหน่อย

“ปวดแก้มชะมัด” ลูบแก้มตัวเองเบาๆเมื่อรู้สึกว่าปวดหนักกว่าเมื่อวาน ฟาดมาได้ไม่ได้ถนอมกันเลยซักนิด ใช่สิยังไงก็ไม่ได้รักอยู่แล้วหนิ พอคิดขึ้นมาน้ำตาก็ไหลอีกแล้ว เฮ้อ.....แล้วอย่างนี้จะบอกพ่อว่ายังไงล่ะ ซองมินมองรอยช้ำตรงมุมปากอย่างหนักใจ พ่อเขาต้องถามแน่ๆว่าไปโดนอะไรมา พ่อยิ่งตาไวอยู่ด้วย

กว่าจะอาบน้ำเตรียมของเยี่ยมเสร็จก็เที่ยงพอดี ซองมินเดินถือตะกร้าผลไม้เข้าโรงพยาบาลเหมือนอย่างทุกวัน แต่วันนี้จะมาด้วยใบหน้าไม่สดชื่น จะให้สดชื่นได้ยังไงล่ะในเมื่อมีเรื่องหนักอกหนักใจอยู่อย่างนี้ ไม่รู้ป่านนี้คุณคยูฮยอนกำลังทำอะไรอยู่ จะเครียดอย่างเขามั้ย หรือว่ากำลังมีความสุขอยู่กับคิฮยอน

ตึง!!

สัญญานบอกว่าลิฟต์ถึงจุดหมายแล้ว ซองมินเดินออกจากลิฟต์แล้วเลี้ยวไปทางห้องพักที่พ่อของเขาพักอยู่ แต่แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นคนที่เดินออกมาจากห้องของพ่อเขา ซองมินรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ทันที

“คุณหญิง คุณจีฮยอนมาทำอะไรที่นี่” ซองมินถามอย่างร้อนรน ตาก็มองไปทางประตูห้องที่พ่อเขาอยู่ด้านในอย่างเป็นห่วง เป็นไปไม่ได้ที่สองคนนี้จะมาเยี่ยมพ่อเขาเพราะนึกอยากมาเยี่ยมแน่ๆ

“หึหึ ก็แค่อยากมาเยี่ยมพ่อของลูกสะใภ้ไม่ได้หรือไง แต่ดูเหมือนพ่อแกจะยังไม่รู้นะว่าแกมีผัวแล้ว” คุณหญิงพูดด้วยน้ำเสียงเหยียดๆพร้อมด้วยสายตาจิกกัด

“คุณหญิงพูดอะไรกับพ่อผม” ซองมินแทบจะทำของในมือหล่น นี่พ่อเขารู้เรื่องแล้วอย่างนั้นใช่มั้ย ทำไมสองคนนี้ถึงได้ใจร้ายอย่างนี้

“นี่แกอย่ามาก้าวร้าวใส่แม่ฉันนะ พวกเราก็แค่บอกความจริงกับพ่อแกก็เท่านั้น แต่ดูท่าพ่อแกจะไม่รู้เรื่องเท่าไหร่นะ หึหึ หรือเป็นแผนก็ไม่รู้”  จีฮยอนหัวเราะอย่างสะใจพร้อมทั้งมองคนที่ยืนอึ้งอยู่ตรงหน้า หึหึ ตลกชะมัด แสร้งทำเก่งทั้งพ่อทั้งลูก

“พ่อผมไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้นนะ ทำไมต้องไประรานพ่อผมด้วย” ซองมินถามเสียงแข็ง เขาไม่เข้าใจเกลียดเขาก็ลงกับเขาสิ ทำไมต้องมาพาลถึงพ่อเขาด้วย แถมพ่อเขาป่วยอยู่อีกต่างหาก....มารร้ายชัดๆ

“นี่ใครระรานใครกันแน่ ไม่ใช่เพราะแกระรานอยากได้เงินลูกชายฉันก่อนหรอ ในเมื่อแกไม่ยอมไปง่ายๆฉันก็มาคุยกับพ่อแกเองไงล่ะ” คุณหญิงตวาดเสียงแหลมอย่างไม่พอใจ มองไอ้คนหน้าด้านที่จ้องมองเขาเขม็ง หึ กล้าพูดออกมาได้ว่าเขาระรานถ้าแกไม่คิดจะมาจับลูกฉันล่ะก็เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น ทั้งหมดก็เพราะความสุขของลูกชายฉันทั้งนั้นแหละ

“ใช่ แล้วก็รู้ไว้ซะด้วย ว่าคยูฮยอนเบื่อแกเต็มทนแล้ว รีบๆไปซะที” จีฮยอนผลักอกคนตรงหน้าอย่างนึกรังเกียจ ทำเป็นสำออยร้องไห้จนเป็นสายเลือดยังไงเขาก็ไม่สงสารหรอก ไอ้พวกปลิงอย่างแก

“ที่พวกคุณมาคุณคยูฮยอนรู้เรื่องด้วยหรือเปล่า” ซองมินถามเสียงเบาเขาอยากรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้คุณคยูฮยอนรู้เห็นด้วยไหม นี่อาจจะเป็นการรุกหนักเพื่อบีบให้เขาหย่าให้โดยเร็วก็เป็นได้ คิดแล้วมันเจ็บจริงๆ

“แน่นอนอยู่แล้ว”

“น้องฉันเขามีคิฮยอนคนเดียวจำไว้ซะ”

“ไปเถอะลูก ฮึฮึ”

เสียงหัวเราะด้วยความสะใจไกลออกไปทิ้งไว้เพียงคนที่ยืนร้องไห้เหมือนตายทั้งเป็น นี่คยูฮยอนรู้เรื่องด้วยอย่างนั้นหรือ เพราะอยากจะไล่เขาไปให้พ้นๆใช่มั้ย เพราะต้องการกลับไปรักกับคิฮยอนได้อย่างสบายใจใช่มั้ย

“ฮึกฮือ...ใจร้าย” ซองมินทรุดตัวนั่งร้องไห้อย่างหนัก ในใจก็เจ็บปวดเสียจนด้านชา ความสุขของเขากำลังจะหมดไปจริงๆใช่มั้ย คุณกำลังจะทิ้งฉันไปจริงๆใช่มั้ย คุณคยูฮยอน

เคร้ง!!!

เสียงดังมาจากห้องของพ่อเขาทำให้ซองมินรีบวิ่งเข้าไปในห้องทันที


“พ่อ!!!” ซองมินวิ่งเข้าไปหาคนป่วยที่นอนหอบหายใจแรงอยู่บนเตียง เสาน้ำเกลือลงไปนอนอยู่ที่พื้น หัวใจซองมินนั้นแทบสลายเมื่อเห็นอาการดิ้นทุรนทุรายของพ่อ

“พ่อครับ ฮือ ช่วยด้วยครับหมอพ่อผมหายใจไม่ออก  ฮึก ฮื่อ” ซองมินกอดพ่อไว้แน่นกลัวว่าพ่อจะตกจากเตียง

“ออกไป...ฉันไม่....อยากเห็น...หน้าแก” เสียงเหนื่อยหอบเอ่ยออกมาอย่างกระท่อนกระแท่น ออกแรงดันในคนที่กอดเอวเขาออก ซองมินรู้สึกหายใจไม่ออกและเจ็บหน้าอกอย่างมากแต่ที่เจ็บมากกว่าก็คือใจของเขา

“ลูกชายแกน่ะเอาตัวเข้าแลกเพื่อจะได้เงินจากลูกฉันแกไม่รู้หรอ”

“ที่ลูกฉันยอมจ่ายค่ารักษาให้ก็เพราะว่าลูกแกขู่ไว้ว่าถูกข่มขื่นน่ะสิ หึหึทั้งที่ลูกฉันโดนมอมยาแท้ๆ”

“ช่วยบอกให้ลูกแกปล่อยคยูฮยอนได้แล้วหวังว่าคนเป็นพ่ออย่างแกคงรู้นะว่าการเห็นลูกตัวเองเป็นทุกข์น่ะรู้สึกยังไง ฉันขอร้องไปจากพวกเราเถอะ”

ซองชอลจำบทสนทนาได้ดี ความเจ็บปวดเหมือนใจสลายเมื่อรู้ว่าลูกชายคนเดียวกลายเป็นคนโลภมากอยากได้เงินมากเสียจนยอมขายศักดิ์ศรีขนาดนี้เลยหรือ ซองมินที่น่ารักของเขาไปบังคับจิตใจคนอื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินอย่างนั้นหรือ ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธทำไมทำอะไรไม่คิด ยิ่งนึกถึงใบหน้าของคุณคยูฮยอนซองชอลก็ยิ่งรู้สึกผิด คุณเขาคงจะทำไปเพราะความจำใจ

“พ่อ อย่าเพิ่งพูด ฮืออ”

“ไอ้ลูกไม่...รักดี” ซองชอลทุบลงไปที่ตัวของซองมินด้วยความผิดหวัง สองมือรัวกำปั้นทุบหลังอย่างโมโห น้ำตาก็ไหลไปด้วยแต่ซองมินก็เอาแต่กอดแน่น

“พ่อครับ ฮืออ ผมรักพ่อ”

“ออกไป!! ฮื่อ” ซองชอลตวาดลั่นพร้อมทั้งเสียงสะอึกสะอื้น ความรู้สึกบีบรัดที่ช่องท้องก็รุนแรงขึ้นทั้งเจ็บทั้งปวดเหมือนมีใครมาบิดตับไต

“พ่อฮะ ซองมินขอโทษ ฮืออ” ซองมินยังคงกอดผู้เป็นพ่อแน่น ไม่สนใจกำปั้นและสายตาโกรธเคืองของพ่อ ปากก็พร่ำบอกคำขอโทษออกไป ไม่นานหมอก็เข้ามาพร้อมทั้งพยาบาล หมอรีบเอาออกซิเจนให้พ่อทันที ก่อนจะรีบพาเข้าห้องไอซียูเมื่อเห็นว่าพ่ออาการไม่ดีขึ้น

“พ่อฮะ อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะฮะ ฮืออ” ซองมินวิ่งตามและร้องไห้ไปด้วยเมื่อมาถึงห้องไอซียูก็ถูกห้ามไว้ให้รออยู่ด้านนอกแทน ซองมินจึงได้แต่คอยอยู่หน้าห้องด้วยความกระวนกระวาย

สองชั่วโมงผ่านไปก็ไม่เห็นวี่แววของพ่อเขาเลย เห็นแต่หมอกับพยาบาลวิ่งเข้าวิ่งออก ซองมินรู้สึกใจไม่ดีเอาเสียเลย หวังว่าพ่อของเขาจะปลอดภัยนะ เมื่อวานยังยิ้มแย้มดีอยู่เลย คงไม่ทรุดเร็วขนาดนั้นหรอกใช่มั้ย พระเจ้า ได้โปรดอย่าเพิ่งเอาพ่อไปจากผมเลย ฮึก ฮืออ




.
.



“คยูฮยอน”

“หือ? เมื่อกี้พูดว่าอะไรเหรอผมไม่ทันได้ฟัง” คยูฮยอนสะดุ้งเล็กน้อย เขาเผลอเหม่ออีกแล้ววันนี้เหม่อบ่อยจริงไม่รู้เป็นอะไร

“เป็นอะไรหรือเปล่าดูท่าทางไม่ค่อยดี” คิฮยอนถามอย่างเป็นห่วงเพราะวันนี้คยูฮยอนดูใจลอยเป็นพิเศษ พูดอะไรให้ฟังก็เหมือนจะรับรู้ผ่านๆเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ

“ไม่รู้สิ อยู่ดีๆก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมาเสียเฉยๆ” คยูฮยอนส่ายหัวเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นอะไรแต่ใจมันหวิวแปลกๆ เหมือนกำลังจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น แต่จะเป็นเรื่องอะไรก็เดาไม่ได้ แต่ขออย่างเดียวอย่าให้เป็นเรื่องของซองมินเลย ลองโทรไปก็ปิดเครื่อง โทรเข้าบ้านยูนอึนก็บอกว่าออกไปโรงพยาบาลแล้ว แต่ยูนอึนก็บอกว่าออกไปอย่างปกติทุกวันก็หายห่วงไปเปราะหนึ่ง

“งานหนักหรือเปล่า พักผ่อนให้มากๆสิ”

“อืม กินต่อเถอะ” คยูฮยอนยิ้มรับความเป็นห่วงจากคิฮยอนก่อนจะบอกให้กินต่อ เขาไม่อยากให้บรรยากาศกินข้าวด้วยกันมือแรกของการกลับมาคบกันให้เสียสักเท่าไหร่ ทั้งคู่ทานอาหารพูดคุยกันอีกพักใหญ่หลังจากนั้นคยูฮยอนก็ขับรถไปส่งคิฮยอนที่บ้านแล้วจึงกลับบริษัท

ติ๊ด ๆ ๆ ๆ

“คยูฮยอนพูดครับ” เขาจำเบอร์โรงพยาบาลได้เพราะเบอร์นี้จะโทรมารายงานความคืบหน้าอาการของซองชอลทุกวัน

((คุณคยูฮยอนที่เป็นเจ้าของไข้คุณซองชอลใช่ไหมคะ))

“ใช่ครับ” คยูฮยอนตอบรับ ตาก็ยังคงมองถนน

((คือจะโทรมาแจ้งให้ทราบว่าตอนนี้คุณซองชอลเข้าห้องไอซียูนะคะ))

“ห๊ะ!!” รถเขวทันทีที่ได้ยิน “ครับๆผมจะรีบไป” แทบจะโยนโทรศัพท์ทิ้ง ตอนนี้ใบหน้าของซองมินลอยเด่นขึ้นมาเต็มหัว ป่านนี้ซองมินจะเป็นยังไง ร้องไห้อยู่แน่ๆ เกิดอะไรขึ้นทำไมเมื่อวานอาการยังดีอยู่เลยทำไมถึงได้ทรุดเร็วขนาดนี้ คยูฮยอนเหยียบแทบมิด ยังดีที่ตอนนี้รถยังไม่ติด เขาจึงเหยียบได้เต็มที่

“ซองมินใจเย็นๆนะ ฉันกำลังไป” คยูฮยอนได้แต่พูดอยู่คนเดียว หวังว่าซองมินคงจะไม่เป็นอะไรมากนะ เขาอยากไปปลอบจะแย่แล้ว ทันทีที่มาถึงคยูฮยอนก็วิ่งอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงก็เห็นซองมินนั่งเอามือปิดหน้าร้องไห้ตัวสั่นอยู่คนเดียว

“ซองมิน” คยูฮยอนรีบเดินไปนั่งข้างๆอย่างเป็นห่วง

“มาดูผลงานหรือไง” เมื่อเห็นว่าเป็นใคร ความโกรธก็แล่นเข้ามาทันที เพราะคนพวกนี้ไม่ใช่หรอที่ทำให้พ่อเขาเป็นแบบนี้ เพราะคนใจร้ายพวกนี้แท้ๆ

“อะไร??” ถามเสียงห้วน เขามาด้วยความเป็นห่วงยังจะมาหาเรื่องเขาอีกหรือไง

“สะใจล่ะสิ” ซองมินตวาดลั่น ตากลมถลึงมองทั้งที่ตาแดงน้ำตาคลออยู่อย่างนั้น เขาโกรธ อยากเหวี่ยงทุกคนที่ทำให้พ่อเขาเป็นแบบนี้

“ซองมินฉันไม่ได้คิดอย่างนั้นนะ” คยูฮยอนพยายามใจเย็น เข้าใจว่าซองมินคงจะเสียใจเรื่องพ่อ เลยอารมณ์ร้อนไปบ้าง จะยื่นมือไปจับตัวคนที่นั่งตัวสั่นแต่กลับถูกสะบัดหนี

“จะบอกว่าไม่รู้ว่าพ่อฉันเป็นแบบนี้เพราะอะไรอย่างนั้นเหรอ น่าตลกสิ้นดี” ซองมินจ้องตาเขม็ง ปากซีดเหยียดยิ้มคล้ายจะเยาะเย้ยตัวเองเสียมากกว่า ในตอนนี้เขารู้สึกเกลียดทั้งตัวเองเกลียดทั้งคนตรงหน้า

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่” คยูฮยอนต้องรีบรวบตัวคนที่เอาแต่ร้องไห้ด่าว่าเขาด้วยความโกรธเกลียด ซึ่งเขาไม่รู้เรื่องอะไรได้เลย

“หึ คุณก็ไปถามแม่กับพี่สาวคุณสิว่าเกิดอะไรขึ้น” ซองมินพยายามดิ้นให้แขนทั้งสองข้างหลุดจากการกอบกุม แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งเจ็บ...ฮึก อย่ามาทำเป็นห่วงใยกันเลย ปล่อยให้ฉันร้องไห้เจ็บปวดอยู่คนเดียวเถอะ

“นี่แม่กับพี่มานี่ที่เหรอ” คยูฮยอนดูเอะใจในสิ่งที่ได้ยิน นี่แม่กับจีฮยอนมาพูดอะไรกันแน่ถึงได้เรื่องใหญ่แบบนี้ ทำไมซองมินถึงได้แสดงท่าทีรังเกียจโกรธแค้นเขาขนาดนี้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่

“ถ้าพ่อฉันเป็นอะไรฉันจะไม่ให้อภัยพวกคุณแน่ ฮึก ฮืออ” ซองมินส่ายหัวไปมาเขาไม่อยากรับรู้อะไรแล้ว ในเมื่อพวกคุณบีบกันขนาดนี้ฉันก็จะไป จะไปให้ไกลๆเลย ฮึกฮือ

“ขอพบญาติคุณซองชอลด้วยครับ” เสียงคุณหมอทำให้ซองมินและคยูฮยอนรีบเดินเข้าไปเพื่อถามอาการในทันที

“ผมเป็นลูกครับ” ซองมินพูดทั้งที่สะอื้นอยู่ เมื่อเห็นคุณหมอถอนหายใจซองมินก็แทบเข่าอ่อน พ่อเขาไม่เป็นอะไรใช่มั้ย

“คือตอนนี้คนไข้อาการทรงตัวแล้วแต่ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ คนไข้คงจะมีเรื่องสะเทือนใจเพราะการเต้นของหัวใจผิดปกติทำให้แน่นหน้าอกทำให้การทำงานของอวัยวะภายในรวนไปหมด หมอพบการแพร่เชื้อที่รวดเร็วขึ้นเพราะภูมิต้านทานในตัวคนไข้ตอนนี้ต่ำมาก”

“แล้วพ่อผมจะหายมั้ยครับ” ซองมินจับแขนหมอเหมือนหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

“ถ้าหายคงไม่หาย แต่อยู่ที่ตัวคนไข้หากแข็งแรงกำลังใจดีก็อาจจะอยู่ต่อได้อีกหนึ่งวันหนึ่งอาทิตย์ หรือหนึ่งเดือน” คุณหมอหยุดพูดมองซองมินที่ร้องไห้ด้วยความสงสาร

“แต่หมออยากให้คุณซองมินเตรียมใจเอาไว้ก่อนนะครับ” คุณหมอพูดอย่างปลงตก

“มะ หมายความว่าไงครับหมอ” ซองมินอึ้งกับคำพูดของหมอ มือไม้สั่นไปหมด หมายความว่ายังไงที่ว่าให้ทำใจ แสดงว่าพ่อของเขาโอกาสรอดน้อยใช่ไหม

“หมอแค่บอกไว้ เพราะคนไข้ในตอนนี้สภาพจิตใจแย่เหลือเกิน”

“หมอต้องช่วยพ่อผมนะครับ ฮึก หมออย่าให้พ่อผมเป็นอะไรนะครับ ฮื่อออ หมอ” ซองมินเขย่าตัวหมอพร้อมทั้งร้องอ้อนวอนให้หมอช่วยพ่อเขาเอาไว้ จนคยูฮยอนต้องกอดเอาไว้เพราะซองมินเริ่มจะควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว

“หมอจะช่วยอย่างสุดความสามารถ ขอตัวก่อนนะครับ” คุณหมอให้คำมั่นตามจรรยาบรรณของคนเป็นหมอที่ต้องช่วยคนไข้ให้สุดความสามารถ ก่อนจะขอตัวเพราะออกมานานแล้ว

“หมอต้องช่วยพ่อผมนะครับ ฮือ พ่อผมต้องหายนะ” ซองมินร้องบอกตามหลังชุดกราวน์ที่กำลังจะหายเข้าไปในห้องไอซียู ร่างซองมินทรุดลงนั่งอย่างอ่อนแรง สิ่งเดียวที่ยังพอยึดเหนี่ยวใจเขาได้ตอนนี้คืออ้อมกอดของคยูฮยอน เขาลืมเรื่องราวที่โกรธเคืองก่อนหน้านี้ไปหมดสิ้น ตอนนี้เขาแค่ต้องการคนปลอบใจเท่านั้น

“ซองมิน ใจเย็นสิ หมอเขาช่วยอยู่แล้ว” คยูฮยอนกระซิบบอกข้างหูคนในอ้อมกอดที่ร้องไห้จนตัวโยน เขาก็ใจหายไม่แพ้กัน การได้ยินว่าคนกำลังจะตายแบบนี้มันทำให้รู้สึกแย่ เขาเคยรู้ถึงความรู้สึกนี้ เขาก็เคยสูญเสียพ่อไปเช่นกัน ตอนนั้นเขาถึงกับต้องเข้ารับการบำบัดจิตเลยทีเดียว

“ฮือ พ่อฉันต้องหาย พ่อฉัน” ซองมินพูดเสียงอู้อี้ใบหน้าแนบกับอกอุ่นเพื่อหาที่พึ่ง ขอบคุณที่คนอยู่ข้างเขาคือคยูฮยอน คนที่เขารักในตอนนี้ ขอบคุณที่พระเจ้ายังใจดีกับซองมินอยู่บ้าง

“ฉันรู้พ่อนายแข็งแรง” เสียงทุ้มเอ่ยตอบ ตบหลังเบาๆเพื่อให้อีกคนสบายใจ

“ฮึกฮือ พ่อออ” ซองมินเริ่มร้องเสียงเบาลงแต่น้ำตาไม่น้อยลง มือเล็กกำเสื้อคยูฮยอน เสียงทุ้มที่ดังอยู่ข้างหูกำลังกล่อมให้เขาใจเย็นลง
ไม่นานหมอก็ออกมาบอกให้ไปรอในห้องก่อนแล้วจะไปแจ้งอาการที่ห้องอีกที เพราะคงต้องรอดูอาการอีกนาน คยูฮยอนพาร่างที่เหมือนไร้วิญญาณกลับมาที่ห้องพัก ซองมินลูบเตียงเปล่าราวกับว่าร่างของพ่อเขานอนอยู่ตรงนั้น คยูฮยอนต้องเดินไปกอดแล้วพาซองมินมานอนตรงโซฟา ซองมินก็ว่าง่าย คงจะเหนื่อยมาก คยูฮยอนนอนกอดร่างที่เริ่มสั่นไหวอีกรอบ พร้อมกับพรมจูบที่ขมับบ้างหัวบ้างเพื่อปลอบโยน จนซองมินหลับไปนั่นแหละ คยูฮยอนมองเวลาบนข้อมือบอกเวลาสามทุ่ม เขาต้องกลับไปคุยกับคุณแม่ให้รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่


.
.
.


เมื่อขับรถมาถึงบ้านคยูฮยอนก็ตรงไปหาแม่และพี่สาวที่กำลังนั่งหัวเราะสนุกสนานอยู่หน้าทีวีเครื่องใหญ่ เห็นอย่างนี้แล้วรู้สึกฉุนขึ้นมา ทำให้คนเดือดร้อนเกือบตายแต่ตัวเองกลับมานั่งมีความสุขอยู่อย่างนี้น่ะหรือ

“คุณแม่ไปพูดอะไรกับพ่อซองมิน” คยูฮยอนถามเสียงดัง ทำเอาคนที่นั่งหัวเราะกันอยู่ถึงกับสะดุ้งลุกขึ้น

“นี่แก ทำไมต้องพูดเสียงดังกับคุณแม่ด้วย” จีฮยอนตวาดน้องชายที่แสดงท่าทางก้าวร้าวผู้เป็นแม่

“พี่เงียบไปเถอะ รู้มั้ยว่ากำลังฆ่าผู้ชายถึงสองคน!” คยูฮยอนตวาดกร้าวไม่แพ้กัน เขาไม่พอใจอย่างมากที่แม่กับพี่สาวทำเกินเหตุ

“แกพูดอะไรของแกคยูฮยอน ฉันไม่ได้ฆ่าใครซักหน่อย” คุณหญิงโจยักไหล่เหมือนตนไม่ได้ไปทำอะไรผิด

“พ่อซองมินอาการหนักจะตายวันตายพรุ่งยังไม่รู้เลย ทั้งหมดก็เป็นเพราะคุณแม่กับพี่ไปพูดอะไรไว้ครับ” คยูฮยอนไม่เข้าใจ แม่กับพี่คิดอะไรอยู่ทำไมถึงได้อยู่เฉยได้ขนาดนี้

“นี่ฉันไม่ได้ทำอะไรนะ ก็แค่ไปบอกให้มันไปบอกลูกของมันให้ปล่อยแกไปซักที แม่หวังดีนะ” คุณหญิงตวาดกลับ น้ำเสียงลุกลนเหมือนกลัวความผิด หล่อนแค่ไปพูดให้ออกไปให้ไกลๆ ไม่ได้อยากให้ถึงตายเสียหน่อย ไม่คิดว่าจะอ่อนแอถึงขนาดนี้นี่

“เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของผม ผมจัดการเองได้แม่จะมายุ่งทำไม ไม่เห็นหรือไงว่าคนเขาป่วยอยู่ยังจะไปยุ่งกับเขาอีก ถ้าเขาตายขึ้นมาจะเป็นยังไง” คยูฮยอนพูดอย่างไม่พอใจที่ทั้งสองคนเข้ามายุ่งจนเป็นเรื่องทั้งที่เขาบอกไว้แล้วว่าจะจัดการเอง เรื่องมันชักบานปลายไปกันใหญ่แล้ว

“นี่คยูฮยอนแม่ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนั้นนะ ก็แค่อยากให้มันไปซักที”

“ไปตายล่ะสิ” คยูฮยอนพูดด้วยอารมณ์โมโห ไม่ได้ตั้งใจจะว่าขนาดนั้น แต่เมื่อโกรธความไวของปากก็เร็วขึ้นมาทันที

“คยูฮยอนนี่แม่นะ!”

“ครับผมรู้ว่าคุณแม่เป็นแม่ แต่คุณแม่ทำเกินไป”

“แกจะให้ฉันทำยังไง ให้ไปกราบมันเลยมั้ย” คุณหญิงเริ่มโมโหขึ้นมาบ้างที่ลูกชายไปเข้าข้างไอ้เด็กหน้าด้านนั่น ไม่เห็นหัวแม่เลยหรือไงกัน ทั้งหมดที่ทำไปก็เพราะคยูฮยอนทั้งนั้น แม่ก็แค่อยากให้ลูกมีความสุข และก็ไม่คิดว่าพ่อมันจะอ่อนแอถึงขนาดจะตายเร็วขนาดนี้

“ก็แค่ไปขอโทษ” คยูฮยอนพยายามระงับอารมณ์ให้เย็นลงเมื่อเห็นว่าแม่เริ่มร้อนขึ้น เขาไม่อยากทะเลาะกับแม่เท่าไหร่ ก็แค่อยากให้แม่และพี่ยอมรับผิดในการกระทำของตัวเองเท่านั้น

“ไม่มีทาง แกจะให้พวกฉันไปขอโทษพวกนั้นหรือไง” จีฮยอนเชิดหน้าหันหนี จะมาให้พวกเราไปขอโทษไอ้พวกจนพวกนั้นน่ะหรือไม่มีทางซะหรอก

“คุณแม่กับพี่ผิดนะ คุณซองชอลเขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย เรื่องนี้มันเป็นเรื่องระหว่างผมกับซองมินเท่านั้น” คยูฮยอนเริ่มเหนื่อยใจในความพูดยากของทั้งแม่และพี่ เขาไม่อยากให้ทั้งสองคนทำบาปก็เท่านั้น  แค่ไปขอโทษในสื่งที่ตัวเองก่อ มันไม่เสียศักดิ์ศรีหรอก

“แกหาว่าพวกฉันสาระแนหรอ”

“แล้วแต่พี่จะคิด” คยูฮยอนเหนื่อยใจที่จะพูดแล้วจริงๆ วันนี้พูดไปก็คงไม่รู้เรื่อง

“คยูฮยอน!!!” คุณหญิงเรียกลูกชายเสียงดังทำเอาคนในบ้านสะดุ้งไปกันแถบ

“ผมอยากให้คุณแม่กับพี่จีฮยอนคิดเอา ว่าเรื่องนี้ใครกันแน่ที่ผิด” ว่าเสร็จก็เดินออกจากบ้านทันที ไม่อยากทิ้งซองมินไว้นาน รายนั้นอยู่ในสภาพจิตที่กำลังแย่ ขืนคิดสั้นขึ้นมาเขาจะไม่ให้อภัยตัวเองแน่

“นี่แกเห็นมันดีกว่าแม่หรอห๊ะ คยูฮยอนกลับมาเดี๋ยวนี้นะ!”


.
.
.

เมื่อมาถึงโรงพยาบาลคยูฮยอนก็แทบใจหายเมื่อพบกับห้องที่ว่างเปล่า เขารับวิ่งไปดูที่ห้องน้ำก็ไม่มี ไปที่ระเบียงก็ไม่มี ไปไหนนะ ชอบทำให้ห่วงอยู่เรื่อย

“ขอโทษนะครับเห็นผู้ชายที่อยู่ในห้องนี้มั้ยครับ” คยูฮยอนถามพยาบาลที่เคานท์เตอร์

“อ๋อ ตอนนี้เขาไปเยี่ยมคนไข้ในห้องไอซียูค่ะ”

“ขอบคุณครับ” คยูฮยอนรีบไปยังห้องไอซียูอย่างเร่งรีบ เมื่อเข้ามาในห้องก็พบซองมินนั่งกุมมือคนที่นอนอยู่บนเตียง ซองชอลนอนลืมตาเงียบ ยังคงมีเครื่องช่วยหายใจครอบอยู่ แต่คยูฮยอนเห็นน้ำตาที่ไหลออกจากหางตา ไม่รู้ว่าเพราะเจ็บปวดกับโรคหรือเพราะเสียใจกันแน่

 คยูฮยอนบีบไหล่คนที่นั่งร้องไห้เบาๆ ซองมินเพียงแค่หันมามองแล้วก็หันกลับไป

“หายเร็วๆนะครับ” คยูฮยอนเอ่ยบอกกับคนป่วยเมื่อเห็นว่าหันมามองตนพอดี เขาเอามือไปกุมมือซองชอลที่มีมือของซองมินอยู่ก่อนแล้ว เหมือนจะส่งกำลังใจผ่านไปทางมือ

“พ่อจะพูดอะไรฮะ” ซองมินถามอย่างร้อนรนเมื่อเห็นพ่อต้องการจะพูดอะไรซักอย่างแต่ติดที่เครื่องช่วยหายใจครอบไว้ ซองชอลทำสัญญาณมือบอกให้ซองมินดึงที่ครอบออก

“ขะ...ขอ..ทะ...โทษ” เสียงแหบแห้งที่พยายามเค้นออกมาแต่มันก็เบาจนคยูฮยอนต้องเข้าไปฟังใกล้ๆ

“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับคุณไม่ได้ทำอะไรผิด ซองมินก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ผมต้องขอโทษแทนแม่และพี่สาวด้วย คุณไม่ต้องไปถือสาคำพูดเขาหรอกนะครับ เรื่องซองมินผมเต็มใจที่จะอยู่กับเขา ผมเต็มใจที่จะดูแลเขาจริงๆ ผมจะดูแลเขาต่อไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”

“คุณคยูฮยอน” ซองมินอึ้งเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาไม่คิดว่าจะได้ยิน ไม่รู้ว่าคยูฮยอนพูดจริงหรือพูดแค่ให้พ่อเขาสบายใจกันแน่ ซองมินเดาจากสายตาที่ส่งมาไม่ออกเลย อยากจะดีใจแต่ก็ไม่กล้า

“ขะ...ขอบ...คุณ” ซองชอลกระตุกเหมือนหายใจไม่ออกจนซองมินต้องรีบเอาเครื่องช่วยหายใจกลับไปครอบให้เหมือนเดิม ซองชอลมองหน้าคยูฮยอนแล้วร้องไห้ แต่สายตาส่งมาเหมือนกำลังฝากฝังความหวังไว้ให้ มือเหี่ยวที่ไร้เรี่ยวแรงยกขึ้นมาลูบหัวลูบหน้าซองมินเบาๆอย่างเงียบๆคล้ายกับเป็นการสั่งลาอย่างไรอย่างนั้น ซองมินได้แต่ร้องให้จับมือพ่อไว้แล้วพร่ำบอกว่าซองมินดูแลตัวเองได้ไม่ต้องห่วง

ซองชอลมองคยูฮยอนทั้งน้ำตาสายตาที่สื่อออกมาเหมือนกับจะบอกว่าฝากดูแลซองมินด้วย คยูฮยอนพยักหน้ารับหลังจากนั้นซองชอลก็ยิ้มแล้วก็หลับไปในที่สุด

ตี๊ดดดดด------------------

“พ่ออออออออออออออ ฮื่อ ฮืออออ” สัญญาณเตือนว่าร่างนี้ได้ไร้วิญญาณแล้ว คยูฮยอนเข้าไปกอดซองมินที่ร้องไห้จนตัวโยนมาอยู่ที่มุมห้อง ปล่อยให้พยาบาลและหมอมาจัดการร่างไร้วิญญาณนี้.....


...........หลับให้สบายนะครับคุณซองชอล คยูฮยอนคนนี้จะดูแลซองมินเอง...........



TBC



ShoutMix chat widget