[Fic]..Love Less..10
posted on 11 Nov 2009 00:25 by bowmin in LoveLess
[Fic]@@....Love Less…@@
[Couple]...Kyu x Min…
[Writer]...Bowmin…
[TALK] กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด อยากสครีมให้บ้านแตก ในที่สุดมันก็แต่งเสร็จซักที หลังจากที่นั่เฝ้าหน้าคอมอยู่นาน เรามีความรู้สึกว่าตอนนี้แต่งอยากมากมาย ฮือ บอกไว้ก่อนนะว่าตอนนี้อาจจะขัดใจใครหลายคนเพราะมันไม่สนุกเลน ไรท์เตอร์ไม่เคยไม่มั่นใจอะไรขนาดนี้มาก่อน ฮื่อ ตอนหน้าเค้าจะปรับตัวน้า งื่อ
Love Less.........
ไร้รัก.....................
Part 10
ซองมินทิ้งกระเป๋าลงบนเตียงอย่างไม่ใยดี ก่อนจะกระแทกตัวนั่งลงตาม ใบหน้าหวานบูดบึ้งเมื่อนึกถึงหน้าคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี เหอะ อยากให้เขามาเป็นตัวตลกอย่างนั้นหรอ คงจะคุยกันสนุกปากแล้วสิ ปากเล็กเชิดขึ้นตามอารมณ์ ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห มือเรียวกำผ้าปูที่นอนสีฟ้าหม่นจนยับยู่ยี่...
ซองมินใช้เวลาสงบสติอารมณ์อยู่นาน ก่อนจะกลับมาสำรวจห้องพักของตน ห้องนี้ก็ไม่ได้ทุเรศอะไรมากมาย ที่นอนก็นิ่มดีถึงจะเล็กกว่าที่นอนที่บ้านคยูฮยอนก็เถอะ แต่นอนคนเดียวก็สะบายอยู่.....
“โห...ทะเลสวยจัง” ซองมินปัดความเครียดออกจากหัวก่อนจะหันไปตื่นตากับทะเลสีครามตรงหน้า...ห้องคนใช้แต่วิวก็สวยใช้ได้เลยนะเนี่ย ซองมินเดินไปที่หน้าต่างบานเล็ก ลมอ่อนๆพัดเอาความหอมจากทะเลมาแตะจมูก ซองมินสูดเข้าไปเต็มปอด ตากลมหลับพริ้มอย่างผ่อนคลาย...เค้าว่ากันว่าถ้าอยากหายเครียดต้องมาทะเล ดูท่าจะจริง เพราะซองมินรู้สึกเบาหัวมากขึ้นกว่าตอนที่เพิ่งมาถึงใหม่ๆเสียอีก
“นอนห้องนี้ก็ดีกว่านอนกับคุณคยูฮยอนแหละนะ ไม่เสี่ยงต่อการเสียตัวด้วย” ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่ทำไมน้ำเสียงมันฟังดูยังไม่พอใจอยู่ล่ะ ซองมินโกหกใครก็โกหกได้แต่โกหกตัวเองมันไม่ได้หรอกนะ.....
.
.
.
ภายในห้องสีขาวสะอาดตา ม่านสีขาวสะบัดพริ้วไปตามแรงลมของทะเล ทะเลสีฟ้าสวยกับหาดทรายสีขาวที่อยู่นอกกรอบหน้าต่าง มันมีอะไรให้มองนักหนาหรือไง ถึงทำให้คิฮยอนเอาแต่มองมันอยู่อย่างนั้น ไม่สนใจ ไม่พูด ไม่แม้แต่จะหันมามองอีกคนที่อยู่ในห้องเดียวกันเลยซักนิด
“คิฮยอน ครับ”เสียงนุ่มดูมีเสน่ห์ทุกครั้งที่ได้ยิน คยูฮยอนจงใจกระซิบคำหวานหูกับอีกคน กอดกระชับเอวบางจากทางด้านหลัง วางคางไว้กับไหล่เล็ก มันเป็นการง้ออย่างหนึ่งที่คยูฮยอนทำ เขารู้ว่าคนรักของเขากำลังโกรธเรื่องอะไร ทั้งๆที่รู้ว่าคิฮยอนต้องไม่พอใจแต่ก็ยังทำ เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม.....ทำไมถึงไม่อยากทิ้งซองมินไว้ เพราะอะไรงั้นหรอ เขาก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน หรือเป็นเพราะ กลัวว่าจะแรดออกไปหาผู้ชายคนอื่นกัน
“ทำไมต้องพาเขามาด้วย ถ้ารู้ฉันจะไม่มา” คิฮยอนยังคงยืนกอดอกมองทะเลนิ่ง น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยมันมีแต่ความไม่พอใจแฝงอยู่ในนั้นจนคยูฮยอนรู้สึกได้...
คยูฮยอนเพียงแค่กระชับเอวบางแน่นขึ้นกดคางเข้ากับไหล่เล็กจนปากแทบจมหายไปกับไหล่....อ่า อย่าถามถึงเห็นผลได้มั้ยคนดีว่าผมพาเขามาทำไม ตัวผมเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้เลย ช่วยลืมมันไปได้มั้ยแล้วกลับมาคุยกันเหมือนเดิม
“รักเขาแล้วหรือไง” เมื่อเห็นอีกคนเอาแต่เงียบ ใจคิฮยอนก็เริ่มตีรัวเป็นจังหวะกลองที่แสนเจ็บปวด กัดปากถามออกไปถึงแม้จะกลัวในคำตอบนั้นก็ตาม
“ไม่ใช่อย่างนั้น ผมรักคุณคนเดียวนะ” คยูฮยอนส่ายหน้ากับไหล่เล็กนั่น ก่อนจะหมุนให้อีกคนหันมามองตัวเองตรงๆ จะดันคางแหลมให้เงยหน้ามาสบตากัน แต่ถูกมือของอีกคนปัดทิ้ง คิฮยอนร้องหึในลำคอแล้วเดินหนีไปอีกทาง
“รักฉันแล้วพาซองมินมาทำไม นายจะพาภรรยานายมาทำไมห๊ะคยูฮยอน” คิฮยอนมองหน้าอีกคนเพื่อรอคำตอบ ดวงตาสวยอย่างที่คยูฮยอนชอบมันกำลังเต็มเป็นด้วยความโกรธ ไม่พอใจ เสียใจ เพราะที่นี่เขากับคยูฮยอนมาเที่ยวกันเป็นประจำ เรียกได้ว่าเป็นที่สำคัญสำหรับเราสองคน แต่คราวนี้คยูฮยอนกลับมาใครอีกคนมาด้วย คนที่กำลังจะมาแย่งคยูฮยอนจากเขาไป ทำไมกัน ให้ที่นี่เป็นที่สำหรับเราสองคนไม่ได้หรือไง หรือว่ามันไม่สำคัญกับนายเลยคยูฮยอน....
“คิฮยอน...คือ...” คืออะไรหล่ะ คือมันตอบไม่ได้จริงๆ เพราะเขาก็ไม่รู้ถึงเหตุผลของมันเหมือนกัน .........ไม่รู้ หรือไม่อยากจะยอมรับกันแน่
“เหอะ...”เมื่อเห็นอาการนิ่งเงียบของอีกคน คิฮยอนก็ร้องเหอะออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ...นี่คยูฮยอนของเขากำลังจะเปลี่ยนไปแล้วใช่มั้ย ใจของนายมันไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวแล้วใช่มั้ย ไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว ยิ่งเห็นอาการอึกอักของคนตรงหน้ามันก็ยิ่งเจ็บปวด
“คิฮยอน..” คยูฮยอนที่ยืนเงียบกับใบหน้าสลดอย่างรู้สึกผิด รีบถลาเข้ารั้งข้อมือเล็กของคนรักไว้ เมื่อเห็นว่ากำลังจะเดินหนีเขาออกจากห้องไป
“ปล่อย” คิฮอยนพยายามสะบัดมือออก แต่มันก็ไม่ได้ผล...จะรั้งไว้ทำไม ไม่รู้หรือไงว่าฉันไม่อยากเห็นหน้านายตอนนี้ ฉันไม่อยากจะร้องไห้ เข้าใจมั้ยโจว คยูฮยอน
“อย่าโกรธกันเลยนะ...ผมขอร้อง”
“ฉันไม่อยากเห็นหน้านายตอนนี้ ปล่อย!! ฉันจะลงไปหาคริส”
“คิฮย ~.....”
คยูฮยอนกำลังจะเอ่ยรั้งอีกคนไว้ แต่กลับถูกสายตาแข็งกร้าวของอีกคนมองจิกมาเหมือนสั่งให้เขาปล่อยมือออกไป คยูฮยอนจึงต้องจำยอมแต่โดยดี เขากลัวว่าถ้ายังดึงรั้งไว้อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ ปล่อยให้คิฮยอนเย็นลงก่อนแล้วค่อยง้อใหม่ยังจะดีกว่า
ปัง!!!!
ไปแล้ว คิฮยอนเดินออกไปแล้ว คยูฮยอนได้แต่มองประตูไม้สักสีสวยอย่างอ่อนล้า รู้สึกขามันไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาเสียเฉยๆ เขาทรุดตัวลงนั่งบนเตียงอย่างหมดแรง เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันเป็นเพราะเขาเอง ถ้าเขาปล่อยให้ซองมินอยู่ที่บ้านก็คงไม่ทะเลาะกันแบบนี้
“โธ่เว้ย..” เมื่อไม่รู้จะแก้ปัญหายังไง คยูฮยอนจึงได้แต่ร้องตะโกนออกมาด้วยความรู้สึกอึดอัดในใจ แล้วเมื่อไหร่ เขาจะเข้าหน้าคิฮยอนติดล่ะเนี่ย...โว้ยยย
.
.
.
.
หลังจากที่เดินหนีคยูฮยอนออกมาจากห้อง คิฮยอนเดินมานั่งทำหน้าบูด คิ้วขมวดเป็นคนมีทุกข์อยู่ที่ระเบียงของบ้านพัก ทำเอาเพื่อนๆที่กำลังง่วนกับการทำบาร์บีคิวถึงกับเกิดอาการเซ็งไปตามๆกัน
“นี่ถ้าโกรธเค้าแล้วมานั่งทุกข์อยู่แบบนี้แกจะไปโกรธกันทำไมว่ะ” คริสที่ทนไม่ไหว เดินลงมานั่งข้างๆเพื่อนที่เอาแต่นั่งหน้าบูดอย่างเหนื่อยใจ นี่พวกเรามาผ่อนคลายกันไม่ใช่หรอ ขืนมาโกรธกันอย่างนี้บรรยากาศมันก็ไม่น่าผ่อนคลายกันพอดี
“นั่นสิ คยูฮยอนเอานายนั่นมาก็ดีพวกฉันสนุกปากขึ้นเยอะเลยเนอะคริส” เยจินเดินตามมานั่งลงข้างๆคิฮยอนอีกฝั่ง พร้อมกับวางจานที่มีบาร์บีคิวย่างลงตรงหน้าคิฮยอน ก่อนจะมองหน้าคริสเพื่อขอความเห็นด้วย
“ใช่” คริสพยักหน้าอย่างเห็นด้วยเป็นที่สุด มันก็จริงตั้งแต่นั่งรถมาแล้ว เขาสนุกจะตายที่ได้เหน็บแนมเมียคยูฮยอนน่ะ เกลียดจริงๆพวกจนๆที่อยากรวยทางอ้อมโดยจับคนรวยมาเป็นเหยื่อ แถมยังมาเป็นคยูฮยอนแฟนของเพื่อนรักเขาอีกต่างหากอย่างนี้คริสยิ่งยอมไม่ได้
“แต่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมคยูฮยอนต้องพามาด้วย ถามก็ไม่พูด ฉันกลัวว่าคยูฮยอนจะรู้สึกอะไรกับซองมิน” คิฮยอนพูดด้วยความหนักใจ เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าคยูฮยอนรักซองมินจริงแล้วเขาจะเป็นยังไง หมาหัวเน่าตัวนึงน่ะหรือ
“ไม่จริงหรอก นายต้องเชื่อใจคยูฮยอนสิ คยูฮยอนรักนายมากเลยนะ ฉันว่าที่คยูฮยอนพาซองมินมาเพราะอยากพามาแกล้งต่างหาก ไม่งั้นจะให้นอนห้องคนใช้ทำไม ใช่มั้ยคริส”
“ใช่แล้ว นี่พอคยูฮยอนลงมาง้อนายก็คืนๆดีไปเหอะนะ ขอร้อง บรรยากาศจะได้ดูดีกว่านี้” คริสพูดอย่างนึกรำคาญ เมื่อเห็นท่าทางของเพื่อนยังคงบึ้งตึงอยู่เหมือนเดิมเขาก็แค่ไม่อยากให้บรรยากาศมันกร่อยก็เท่านั้นเอง
“อ่าผมว่าพวกเรามาช่วยกันทำบาร์บีคิวดีกว่านะครับ” ซีวอนที่กำลังย่างบาร์บีคิวอยู่ตรงหน้าเตาเอ่ยชวนให้เพื่อนอีกสามคนที่นั่งหน้าคร่ำเครียดอยู่ให้มาสนุกด้วยกัน เขารู้ว่าที่คิฮยอนเป็นแบบนี้ก็เพราะเพื่อนของเขา ไม่รู้ไอ้คยูมันคิดอะไรอยู่กันแน่ถึงได้พาซองมินมาด้วย ไม่เข้าใจมันจริงๆ ทำไมต้องทำเรื่องให้วุ่นวายด้วยก็ไม่รู้
“นั่นสิ คุณซีวอนพูดถูก ป่ะๆคิฮยอนไปทำบาร์บีคิวกัน”เยจินรีบฉุดเพื่อนรักที่ทำหน้าเศร้าให้ลุกขึ้นตาม แม้อีกคนจะอ้อยอิ่งไม่อยากลุก แต่เยจินก็คะยั้ยคะยอจนคิฮยอนจำต้องลากเท้าตามไปยืนตรงหน้าเตาจนได้......ว่าแต่ ย่างบาร์บีคิวมันก็สนุกดีนี่นา
คริสที่นั่งกินบาร์บีคิวที่เยจินเอามาวางไว้เหลือบไปเห็นคนที่ทำให้เพื่อนเขาต้องมานั่งทุกข์ใจกำลังเดินออกมาพร้อมกับคิบอมแล้วก็ร้องเหอะในลำคอ เหอะน่าตาดูสนชื่นดีนี่ ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรเลยหรือไง คริสวางไม้ลงกับจานด้วยสีหน้าสะอิดสะเอียดไม่ใช่ว่าไม่อร่อยหรอกนะ แต่พอเห็นหน้าใครบางคนแล้วมันอยากจะอ้วกขึ้นมาซะเฉยๆ
“คุณซองมินไปทำบาร์บีคิวกันมั้ยครับ สนุกนะ” คิบอมที่เห็นคนข้างๆทำหน้าเศร้า เมื่อเห็นคนอื่นๆ คงเพราะไม่รู้จักใคร แถมคยูฮยอนยังไม่มาสนใจอีกก็คงจะเหงา น่าสงสารจริงๆ ไม่รู้ไอ้คยูคิดอะไรของมันถึงได้พาซองมินมาด้วย แถมยังไมสนใจใยดีกันอีกต่างหาก
“ไม่เป็นไร หรอกครับ ผมว่าจะไปเดินเล่นแถวนี้” ซองมินมองคนที่กำลังย่างบาร์บีคิวแล้วก็ต้องถอนหายใจ แต่ละคนดูจะสนุกกัน ขืนเราเข้าไปรอยยิ้มแต่ละคนคงจะหายไปในพริบตาสินะ…ว่าแต่คิฮยอนอยู่นี่แล้วคุณคยูฮยอนไปไหน ปกติเห็นตัวติดกัน
“อย่างนั้นหรอครับ”คิบอมพยักหน้า เขาไม่อยากเซ้าซี้มากเพราะรู้ว่า ซองมินก็คงไม่สบายใจเหมือนกันที่จะอยู่กับคิฮยอนและคิฮยอนก็คงไม่ต่างอะไรกับซองมินหรอก
“เฮ้อ คิบอมก็อย่าไปชวนพวกมารบรรยากาศมาทำให้ความสุขของพวกเราเสียสิ ให้ไปไกลๆแหละดีแล้ว แล้วนายไปยืนทำอะไรตรงนั้นดูสิดูหมองๆไปเลยนะ คิคิ” คริสหัวเราะชอบใจเมื่อพูดจบ ตาสวยมองไปยังคนที่เขาเรียกว่ามารอย่างเยาะเย้ย ก่อนจะเดินไปดึงให้คิบอมเดินออกมาห่างๆจากมารที่ว่านั้น
คิบอมมองซองมินด้วยสีหน้าลำบากใจ อีกคนก็เพื่อนอีกคนก็เมียเพื่อน แต่คริสก็ทำเกินไปจริงๆไม่น่าดูถูกคุณซองมินขนานนี้เลย คิบอมกำลังจะสลัดแขนให้พ้นจากคริส แต่ก็ต้องชะงักเมื่อคนที่ยืนเงียบทำหน้าเสียอยู่เมื่อครูตรงเข้ามาดึงแขนเขาแถมยังคล้องแขนเขาไว้เสียเอง ...คุณซองมินกำลังยั่วให้คริสโมโห แตไม่เข้าใจทำไมต้องเอาเขามาเป็นเหยื่อด้วย ฮือ
“คุณคิบอมครับ ผมว่าผมอยากย่างบาร์บีคิวแล้ว ช่วยสอนผมหน่อยนะ” ซองมินช้อนใบหน้ามองอีกคนพร้อมกับกระพริบตาปริบๆไปให้ มันช่างน่ารักอะไรเสียอย่างนี้ คิบอมที่ถูกความน่ารักสาดใส่หน้าถึงกับใจเต้นไม่เป็นจังหวะ....พยายามเตือนสติตัวเองไว้ เมียเพื่อน ท่องไว้เมียเพื่อน
แต่ความน่ารักของซองมินมันทำให้ใครอีกคนโกรธจนแทบเต้น..คริสมองการกระทำของคนตรงหน้าอย่างโกรธเคือง หึ คิดจะยั่วกันใช่มั้ย ดวงตากลมที่มันเต็มไปด้วยความเกลียดชัง มองตามร่างสองร่างที่กำลังเดินไปยังเตาย่างบาร์บีคิว แต่ในขณะเดียวกันคยูฮยอนก็โผล่ออกมาพอดี... เมื่อเห็นคยูฮยอนคริสก็กระตุกยิ้มร้าย..... ได้ อี ซองมิน นายเจอดีแน่
“คยูฮยอนนายมัวไปไหนมา ปล่อยให้เมียมายั่วคิบอมอยู่ได้” คริสกระหยิ่มยิ้มในใจ ความจริงเขาไม่ต้องพูดก็ได้นะ เพราะคยูฮยอนเห็นก่อนแล้ว เรียวปากกระตุกอย่างพอใจเมื่อเห็นอาการของคยูฮยอน...
คยูฮยอนไม่ได้พูดอะไร เขามองคริสเพียงนิดเดียวก่อนจะตรงหรี่ไปยืนข้างซองมิน เอ๊ะ หรือว่าข้างคิฮยอนกันแน่ เพราะข้างซายคือซองมินส่วนข้างขวาคือคิฮยอน
“น่าสนุกดีนะ” เสียงทุ้มพูดแทรกขึ้นทำเอาคนที่ยืนข้างๆหุบยิ้มฉับ หนึ่งคนหุบยิ้มด้วยใบหน้าซีด ส่วนอีกคนหุบยิ้มพร้อมกับหันหน้าหนีไปทางอื่นแทน ทำเอาคนที่เหลือพลอยยิ้มเจื่อนๆไปด้วยเลย
ไม่รู้ว่าคยูฮยอนพูดใส่ใคร ซองมิน หรือคิฮยอน แต่ดูถ้าน่าจะพูดใส่ซองมินมากกว่านะ ก็หางตาปรายมองมาที่ซองมินน่ะสิ เพราะหึง หรือแค่แดกดันด้วยความหมันไส้กันแน่
“เอ่อ...คิฮยอน คยูฮยอนมาแล้ว เอ้านี่สุกแล้วพากันไปนั่งกินได้เลย บาร์บีคิวกินกับคนรักมันจะอร่อยเป็นพิเศษนะ ฮ่าๆ รับไปเร็วๆสิ” เยจินยัดเยียดจานที่ใส่ปาร์บีคิวไว้สามสีไม้ให้เพื่อน ก่อนจะรีบดันหลังของเพื่อนที่ทำท่าจะขัดขืนให้เดินไปนั่งพร้อมกับคยูฮยอน
“เยจินอ่า..”คิฮยอนทำท่าจะขัดขืน ตอนนี้เขาโกรธกับคยูฮยอนอยู่นะ แต่อีกใจก็ไม่อยากขัดเสียเท่าไหร่เมื่อมองไปอีกทางเขาเห็นซองมินกำลังมองมาด้วยสายตาแปลกๆ.....น้อยใจอย่างนั้นหรือ
คิฮยอนยอมเดินมานั่งที่โต๊ะพร้อมกับคยูฮยอน ทั้งคู่เอาแต่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา ส่วนคริสที่นั่งอยู่ก่อนแล้วก็ลุกเดินไปสมทบกับเยจินปล่อยให้คิฮยอนกับคยูฮยอนอยู่กันตามลำพัง หวังจะให้เพื่อนทั้งสองปรับความเข้าใจกัน แตมันจะเข้าใจกันหรือในเมื่อคยูฮยอนพาตัวแปรมาด้วยนะ
“คิฮยอน เลิกงอนกันเถอะนะ” คยูฮยอนทนไม่ไหวกับความเงียบที่เป็นอยู่ เขาไม่ชอบเลยที่คิฮยอนไม่ยอมมองหน้า ไม่พูด ไม่สนใจ เขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้คิฮยอนกลับมาคุยกันเหมือนเดิม
“คือฉัน...”จะโกรธต่อไปดีมั้ย หรือจะปล่อยเลยตามเลยไม่ต้องสนใจว่าคยูฮยอนพาซองมินมาเพราะอะไร ยังไงเราก็รักกันนี่นา จริงมั้ย
“คือฉัน ไม่....”
“คยูกี้....ลองทานบาร์บีคิวไม้นี่สิ ซองมินเป็นคนทำเองเลยนะ...อร่อยมากๆเลย เนี่ยๆชิมสิ”
คยูฮยอนมองคนที่เดินมานั่งข้างพร้อมกับเบียดตัวเข้าหา ยื่นบาร์บีคิวมาจ่อไว้ตรงหน้ากับรอยยิ้มกว้างอย่างน่ารัก แต่ในความรู้สึกของคยูฮยอนมันน่าฆ่ามากกว่า ทำไมต้องมาตอนนี้จงใจหรือไงทั้งที่คิฮยอนทำท่าว่าจะหายโกรธเขาแล้วแท้ๆ แต่ดูตอนนี้สิหน้าบึ้งหนักกว่าเดิมแล้ว
แล้วอะไร คยูกี้ งั้นหรอ...ไปเอาคำพูดนี้มาจากไหน คยูฮยอนขบกรามแน่นพยามข่มอารมณ์ไว้ไม่ให้เผลอบีบคอคนที่ยิ้มหน้าบานอยู่ข้างๆ....อีซองมินกำลังยั่วโมโหเขา
“ไปไกลๆ” เสียงทุ้มต่ำที่รอดไรฟันออกมาพร้อมกับปลายหางตามามองนั้นไม่ได้ทำให้อีซองมินสะทกสะท้าน แถมยังเบียดตัวเข้าหามากกว่าเดิมพร้อมกับยื่นไม้มาจ่อปากรอให้อีกคนทาน
“คยูกี้อ่า ลองนิดนึงนะ ซองมินทำสุดฝีมือเพื่อคุณสามีเลยน้า” เสียงออดอ้อนเหมือนคู่รักเค้าพูดกันพร้อมกับพยักหน้าหงึกๆ กระพริบตาปริบๆเหมือนอ้อนให้ชายผู้เป็นที่รักกิน แต่ชายผู้เป็นที่รักกลับนั่งนิ่งมองตาขวาง ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน พยายามเก็บอารมณ์โมโหอย่างที่สุด แต่ซองมินหรือจะสน แค่เขาเห็นคิฮยอน คริส และเยจินที่เดินมายืนข้างๆคิฮยอน มองมาทางเขาด้วยสายแค้นเคืองแต่ทำอะไรไม่ได้แล้วมันสะใจชะมัด
“อี ซองมิน ฉันบอกให้ไปไกลๆไง” เสียงที่กดต่ำมันดูน่ากลัวขึ้นจนทำให้ อีซองมินมือไม้เริ่มสั่น ดวงตาที่นึกสนุกเมื่อครูไหววูบ แต่พอเห็น อีกสามคนที่คอยจะซ้ำเติมถ้าเขาแพ้แล้วก็สูดหายใจเข้าพร้อมกับวางไม้บาร์บีคิวที่คะยั้นคะยอให้อีกคนกินลงบนจานก่อนจะยิ้มกว้างมองดวงตากลมอีกคู่ที่จ้องมองมาอย่างนึกสนุก
“คยูกี้เค้าคงอายอ่ะคิฮยอน เพราะชื่อนี้มันเป็นชื่อที่เราสองคนเรียกกันเวลาอยู่กันสองคนน่ะ คยูกี้กับมินนี่ คิกๆ” เสียงแหบเล็กหัวเราะคิก คักเมื่อเล่าเรื่องที่กุขึ้นมาเองให้คิฮยอนฟังราวกับสนิทสนมกันมาแรมปี ท่าทางที่แสดงออกมามันดูตอแหลสุดๆ สำหรับคยูฮยอน เขารู้ ทำไมจะไม่รู้ว่าอีซองมินกำลังสนุก ที่ทำให้คิฮยอนโกรธเขา
ไฟที่ ซองมินกำลังเติมเข้ามามันเริ่มคุกรุ่นมากขึ้นจนคยูฮยอนเริ่มจะทนไม่ไหว เขารำคาญเสียงน่ารำคาญที่ดังอยู่ข้างหูนี่ และอึดอัดกับสายตาคำถามที่คิฮยอนส่งมาให้.....อยากจะอธิบายแต่ก่อนอื่นเขาต้องจัดการกับมารปัญหาตัวนี้ก่อน
“ขอตัวก่อนนะ” ว่าแล้วมือแกร่งก็กระชากฉุดคนน่ารำคาญให้เดินตามไปทันทีโดยไม่สนใจคำทักท้วงแสนน่ารำคาญของอีกคน
“โอ้ย คยูกี้อ่า มินนี่เจ็บน้า อายทำไมเค้ารู้กันหมดแล้ว....” ซองมินแสร้งร้องอย่างตอแหลออกไปพร้อมกับหันมามองบุคคลอีกสามคนที่มองมาทางเขาด้วยสายเยอะเย้ย.....หึโกรธกันไปเลยสิดี เลิกกันไปเลยยิ่งดี
ซองมินถูกลากกึ่งกระชากมายังชายหาดสวย แต่ซองมินไม่มีอารมณ์มาชื่นชมความสวยงามหรอก เพราะเขากำลังเจ็บที่ข้อมือตรงที่มันถูกกำแน่นจนกระดูกแทบแตกนี่ ซองมินถูกลากมาไกลจากตัวบ้านพอสมควร คงเพราะขาที่ยาวไม่เท่ากันบวกกับพื้นทรายที่นิ่มจนทำให้เดินไม่ถนัด มันทำให้แทบจะล้มไปบ้างแต่เพราะถูกกระชากให้เดินตามไปข้างหน้าซองมินจึงล้มไม่ได้ แต่นี่จะลากเขาไปไหนกัน หรือว่าจะพาไปฆ่า
“โอ้ยนี่จะลากฉันไปไหน เจ็บนะ..หยุดนะ...โอ้ย บอกให้หยุดไงเล่า” เสียงแหบห้าวร้องห้ามอีกคนเมื่อเห็นว่าเดินมาไกลมากแล้ว แถมชายหาดแห่งนี้ยังเงียบสงบไร้ผู้คนอีกต่างหาก ถ้าเกิดคยูฮยอนคิดจะทำอะไรเขาจริงๆล่ะก็สะดวกสุดๆ เขาพยายามกระตุกมือให้หลุดจากคีมเหล็กนั่น แต่มันก็ไม่ได้ผล ซองมินเลยทั้งดิ้น ทั้งโวยวายเสียงดัง พยายามสลัดมือออกอย่างสุดแรง จนอีกคนเกิดความรำคาญ
คยูฮยอนปล่อยมือออกจากอีกคนอย่างกะทันหันจนทำให้คนที่เอาแต่ดิ้นล้มลงไปนั่งกองกับพื้น ตาคมมองมาอย่างแข็งกร้าว ....ซองมินรีบลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับร่างสูงตรงหน้า
“นายจะยั่วโมโหฉันไปถึงไหนอีซองมิน ใครสั่งให้พูดแบบนั้น ห๊ะ!!” คยูฮยอนตรงเข้ากระชากต้นแขนเล็กมาบีบแน่น เขย่าไปมาอย่างแรงด้วยความโกรธเคือง
ซองมินกัดปากด้วยความเจ็บ เขาเจ็บร้าวไปตามต้นแขน แต่ก็ยังคงเชิดหน้าสู้อยู่ได้
“แล้วคุณอยากพาฉันมาทำไม...พามาให้พวกนั้นมันดูถูกหรือไง เหอะทะเลาะกันไปเลยสิดี เห็นทีวันนี้คงได้เลิกกันแน่ๆ” ซองมินตอกกลับอย่างไม่ลดละ เขาก็โกรธเป็นเหมือนกัน คิดว่าเขาเป็นอิฐเป็นไม้หรือไงที่ถูกคนด่าว่าแล้วจะเฉยอยู่ได้น่ะ เขาก็คนเหมือนกันนะ
“โถ่เว้ย” คยูฮยอนร้องออกมาอย่างสุดเสียง เขาโกรธจนหน้าแดงมือไม้สั่นไปหมด สองมือกระชากคอเสื้อของคนยั่วโมโหเข้ามาใกล้ แววตาแข็งกร้าวมองใบหน้าที่ตั้งเชิดท้าทายอยู่ตรงหน้าอย่างโมโห คิดจะทำให้คิฮยอนบอกเลิกเขาหรือ....ไม่มีทางหรอกเขาไม่ยอมเลิกกับคิฮยอนแน่
“ทำไม โกรธหรอคยูกี้” เมื่อเห็นอีกคนโกรธจนมือไม้สั่น แววตาแข็งกร้าวที่แสววสั่นไหวอย่างประมาทมันทำให้ซองมินรู้สึกสะใจ...หึ กลัวจะถูกบอกเลิกจริงๆงั้นสิ
“อีซองมิน!!” เสียงทุ้มตะโกนก้องไปทั่วบริเวณด้วยแรงโทสะ ง้างมือขึ้นหมายจะฟาดลงที่ใบหน้าคนปากจัดให้มันมีสีเลือดขึ้นมาบ้าง
“เอาสิ ตบเลย แล้วคิฮยอนจะได้รู้ว่าคุณเคยปล้ำฉัน” ซองมินเชิดหน้าใส่ ดวงตากลมโตที่แดงก่ำด้วยความโมโหจ้องมาอีกคนที่โมโหไม่แพ้กัน....คำขู่ของอีกซองมินมันทำให้โจ คยูฮยอนถึงกับชะงัก ไม่ได้ชะงักเพราะกลัวคำขู่นั่นหรอกนะ แต่เพราะคำว่าปล้ำนั่นต่างหาก มือใหญ่ที่ง้างไว้เปลี่ยนมาบีบแก้มนิ่มแทน ดึงใบหน้าเหยเกเพราะเจ็บจากแรงบีบนั่นเข้ามาใกล้
“ปล้ำงั้นหรอ...นั่นมันเป็นการลงโทษกับความร่านของนายต่างหาก อี ซองมิน” คยูฮยอนกัดฟันพูดอย่างโกรธเคือง เสียงทุ้มต่ำที่พ่นรอดไรฟันออกมาฟังดูหน้ากลัวดวงตาคมกร่วมองใบหน้าที่ตื่นตระหนกของอีกคนอย่างโหโม คิดว่าตัวเองน่าพิศวาสจนฉันอดใจไม่อยู่จนอยากปล้ำนักหรือไง พูดอะไรไม่เจียมเลยนะ หึ มือใหญ่ผลักใบหน้าคนที่แสนรังเกลียดออกอย่างแรงจนล้มลงไปกองกับพื้นทราย ปรายหางตามองเพียงนิด ไม่มีความสงสารหรือเห็นใจอยู่ในสายตานั่นมีแต่ความเกลียดชัง เรียวปากกระตุกยิ้มอย่างเหยียดหยามก่อนจะเดินหนีไป
“ไอ้คยูฮยอน ไอ้บ้าเอ้ย ฮึก ฮือออออ” ซองมินได้แต่กะโกนด่าคนที่เดินจากไปด้วยความโมโห ทั้งโกรธทั้งโมโห ทำไมกัน ทำไมถึงต้องเป็นตัวเองที่แพ้ตลอด ฮึกฮือ ร่างเล็กนั่งชันเข่าขึ้นก่อนจะซบหน้าลงซบเข่าแน่น เจ็บใจ ยิ่งนึกถึงสายตาเหยียดหยามของคยูฮยอนที่มองมาก็ยิ่งเจ็บ เขามันด้อยค่าขนาดนั้นเลยหรือไง ถึงไม่มีใครเห็นค่า ฮึก ฮือ
“ใครมาปล่อยกระต่ายไว้แถวนี้เนี่ย” เสียงนุ่มใหญ่ดังแว่วเข้าหู ทำให้คนที่ซบหน้าร้องไห้อยู่เอะใจ......แถวนี้มีใครอื่นอยู่ด้วยหรือ เงยหน้าขึ้นมองว่าเป็นใคร....เพียงแค่เห็นใบหน้าหล่อคมของคนมาใหม่ น้ำตาที่ไหลอยู่แล้วกลับไหลพรากนักกว่าเก่า....ดีใจ....โล่งใจ ......และ อุ่นใจ
“ฮึก คุณซึงฮยอน ......ฮือออ” ขอบคุณที่คุณมา ขอบคุณจริงๆ
มือใหญ่ยื่นมาตรงหน้า คนที่เอาแต่ร้องไห้มองมือนั้นก่อนจะมองหน้าเจ้าของของมันเมื่อเห็นคนหล่อพยักหน้าพร้อมกับส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ ซองมินยอมยื่นมือไปจับมือใหญ่ไว้ให้อีกคนฉุดลุกขึ้น
“ไปเที่ยวกันมั้ย” ซึงฮยอนโน้มตัวลงมามองหน้าคนขี้แยใกล้ๆ แล้วยิ้มอย่างเอ็นดู ....คนอะไรร้องไห้อย่างกับเด็ก ไม่เข้าใจ อ่อนแอขนาดนี้แต่กลับยังทนอยู่กับคนอย่างคยูฮยอนได้ยังไง ความรู้สึกสงสารมันผุดขึ้นมา ซึงฮยอนยกมือขึ้นประคองใบหน้าเปื้อนน้ำตาให้เงยหน้ามาสบตาตน ก่อนจะใช้นิ้วโป้งเกลี่ยน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน......
“อึก....ขอบคุณฮะ คุณซึงฮยอน” ซองมินพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไว้ ใบหน้าขาวเริ่มแดงเปล่งปลั่งเพราะท่าทางปลอบของอีกคน แค่เผลอสบตาก็อายแล้ว
ซึงฮยอนปล่อยมืออกจากใบหน้าน่ารักอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปลี่ยนมาจับมือนิ่มไว้แล้วพาเดินไปตามแนวหาดทรายสีขาว ซองมินมองสีหน้าด้านข้างของอีกคนด้วยรอยยิ้ม คุณซึงฮยอนช่างเป็นผู้ชายที่ดีจริงๆ รู้สึกอุ่นใจที่ได้อยู่ใกล้ๆ ไม่คิดว่าที่เขาเอ่ยชวนไปวันนั้นที่บังเอิญเจอกันที่ห้างคุณซึงฮยอนจะมาตามคำชวนจริงๆ
เฮ้อ ทะเลสีสวยจริงๆน้า ถ้าได้มาเดินกับคนรักคงดี แต่ถ้ามาเดินกับคุณฮยอนล่ะ...แล้วนี่เราไปคิดถึงคนใจร้ายคนนั้นทำไม
.
.
.
.
ห้าทุ่มครึ่ง
ห้าทุ่มครึ่ง
นี่มันมันจะเที่ยงคืนแล้วนะ ทำไมอี ซองมินถึงยังไม่กลับมา
ไปไหน ไปทำอะไร ไปกับใคร คยูฮยอนไม่รู้อะไรซักอย่างตั้งแต่ที่ทิ้งไว้เมื่อเช้าคยูฮยอนก็ไม่ได้สนใจอีกเลย จนกระทั้งตอนนี้ยังไม่กลับมา จะให้ไม่สนใจก็ไม่ไหวแล้ว ร่านไปไหนกับใครอีกล่ะ คยูฮยอนเดินไปเดินมามองชะเง้อไปทั่วบริเวณชายหาดที่ตรงระเบียงเป็นระยะๆ
ไร้วี่แวว ไม่มีแม่แต่เงา ไปไหนกัน เดินหาจนทั่วหาดก็ไม่เจอจนต้องมานั่งรออยู่นี่แหละ
“อี ซองมิน ถ้านายกลับมาเจอดีแน่” สบทอยู่คนเดียว สายตาก็คอยกวาดมองหาตลอดเวลา อารมณ์ที่มันเสียอยู่แล้วมันยิ่งจะทวีขึ้น เขากับคิฮยอนยังไม่เข้าใจกัน ตั้งแต่กลับมาก็ยังไม่ได้พูดอะไรกันซักคำ แล้วนี่ อี ซองมินยังมาหายไปอีก
ร่างสูงที่นั่งฟึดฟัดอยู่ที่ระเบียงเริ่มรู้สึกถึงเม็ดฝนที่มันตกลงมาโดนที่แก้ม หนึ่งเม็ด สองเม็ด และพร้อมใจกันตกลงมาอย่างหนักจนต้องรีบวิ่งเข้าไปในตัวบ้าน ฝนตกแล้วอีซองมินก็ยังไม่มา ไปไหนของนายกัน ความโมโหที่มันมีอยู่ในใจเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความกังวล หรือว่าจะถูกฉุดไปฆ่า.....บ้าหรอนี่มันหาดส่วนตัวนะ ถึงแม้จะคิดอย่างนั้น แต่มันก็อดกังวลไม่ได้
“นายอยู่ไหนกันแน่นะ” เขาอดใจรอไม่ไหวแล้ว คยูฮยอนเดินไปคว้าร่มได้ก็รีบเดินออกตามหาทันที สายฝนที่ตกหนักมันช่างลำบากต่อการตามหายิ่งนัก คยูฮยอนมองซ้ายมองขวาไม่รู้จะเดินไปหาทางไหนดี จึงตัดสินใจไปตามหาทางที่เขาทิ้งซองมินไว้เมื่อเช้า ถึงแม้จะไปหาแล้วรอบหนึ่งก่อนหน้านี้ แต่ในใจมันก็สั่งให้ไปอีก
ไม่มี เขาเดินมาไกลจากตัวบ้านมากแล้ว ก็ยังไม่เจอแม่แต่เงา นายหายไปไหนกัน นายอยู่ที่ไหนอีซองมิน โถ่เอ้ย ทำไมชอบทำให้ฉันโมโหอยู่เรื่อยเลย ใบหน้าขาวซีดเพราะอากาศเย็นของสายฝนแต่ทว่ายังเต็มไปด้วยความหล่อเหลา ชะงักกึกเมื่อมองไปทางเพลิงไม้ที่ตั้งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ อี ซองมินอยู่ตรงนั้น อี ซองมินกำลังนั่งกอดตัวเองซบหน้าลงกับเข่า ตัวอี ซองมินสั่นไหวเพราะอากาศหนาว
สองขาวยาวก้าวจ้ำอ้าวเดินเข้าไปหาคนที่ตามหาอย่างรวดเร็ว ใจมันเต้นระรัว โล่งใจ และโมโหมันตีกันปนเปไปหมด เมื่อมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า คนที่นั่งกอดตัวเองเงยหน้าขึ้นมามอง เพียงแค่เห็นใบหน้าขาวซีดของคนตรงหน้าความโมโหก็ยิ่งเพิ่มพูน ปล่อยร่มในมือทิ้ง ผลักร่างเล็กนอนราบก่อนจะตามขึ้นไปทาบทับ ตรึงข้อมือเล็กไว้แน่น แล้วซุกหน้าลงไปกับซอกคอหอมหวานนั้นอย่างรวดเร็ว
โมโหที่ทำให้เป็นกังวล โมโหที่ทำให้เขาไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง โมโหทั้งหมดที่เป็นอี ซองมิน เพราะมันทำให้เขาตอบคำถามตัวเองไม่ได้หลายครั้งหลายครา
นี่คือบทลงโทษของนาย ฉันลงโทษเพราะมันเป็นความผิดของนาย ไม่ใช่เพราะความรัก..........
TOBECON
Bowmin Talk : สครีมอีกรอบ ปาดเหงื่อ กว่าจะเสร็จ ฮื่อ เป็นไงกันบ้างอ่า คงงมั้ย แต่เค้างงอ่า อ้าว-*- ไรท์เตอร์ขอโทษ ฮือ
ปล.เค้าอยากอ่านเม้นอ่ะ ถึงไม่หนุกก็เม้นให้เค้าเถอะนะ พลีส
Bowmin FICs: InDex


