[Fic]..Love Less..1
posted on 14 Jul 2009 14:14 by bowmin in LoveLess
[Fic]@@....Love Less…@@
[Couple]...KyuMin…
[Writer]...Bowmin…
Love Less.........
ไร้รัก.....................
Part 1
เสียงเพลงเพราะซึ้งที่เหมาะกับความรักถูกบรรเลงขึ้นโดยวงออเคสตร้าชื่อดังระดับประเทศ...ที่วันนี้มาแสดงในงานแต่งของเศรษฐีชั้นแนวหน้าของเกาหลี งานแต่งที่จัดขึ้นอย่างใหญ่โตโอ่อ่า ณ โรงแรมที่เขาเป็นเจ้าเอง นักธุรกิจที่เป็นพันธมิตรต่างก็มาร่วมแสดงความยินดี มากมาย จนห้องจัดงานเลี้ยงดูเล็กไปถนัดตา
บนเวทีที่ประดับประดาไปด้วยดอกไม้นานาชนิดมีทั้งสีชมพูและสีขาว ราวกับจะแสดงความรักที่คู่บ่าวสาวมีให้แก่กัน ดอกกุหลาบสีชมพูดนับพันดอกถูกนำมาร้อยเรียงกันเป็นชื่อของเจ้าภาพงานได้อย่างลงตัวและสวยงาม
โจว คยูฮยอน & ลี ซองมี
“ยินดีด้วยนะคะ...”
“ขอบคุณครับ/ค่ะ”
“มีความสุขกันมากๆนะครับ”
“ขอบคุณครับ/ค่ะ”
“ขอให้มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองนะ”
“ขอบคุณครับ/ค่ะ”
“เหมาะกันจังเลยนะ อยู่กันจนเฒ่าจนแก่เลยนะ”
“ขอบคุณครับ/ค่ะ”
ตัวหลักของงานนี้ กำลังยืนลาแขกเหรื่ออยู่ที่หน้างาน เจ้าบ่าวของงานสวมชุดทักสิโด้สีดำกำลังยิ้มรับคำอวยพรของแขกคนสำคัญที่มาร่วมงาน ด้วยใบหน้าที่หล่อคมพร้อมกับรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ ทำให้บรรดาสาวๆหลายๆคนอดที่จะเสียดายผู้ชายคนนี้ไม่ได้ ข้างกันนั้นก็คือเจ้า วันนี้สวมชุดราตรีสีขาวสะอาดตา ปักด้วยผ้ารูปไม้ราคาแพง กระโปรงยาวทีพองลมยิ่งทำให้ผู้หญิงคนนี้ดูเด่นมากขึ้นแต่คงไม่เด่นไปกว่าใบหน้าขาวน่ารักที่แต่งหน้าโทนสีชมพูเรียวปากแย้มยิ้มให้แขกอย่างมีความสุข ใครที่ได้เห็นสองคนนี้ก็อดยิ้มกับความเหมาะสมไม่ได้ คนหนึ่งก็สวยคนหนึ่งก็หล่อ สมกันจริงๆ
เมื่อแขกทยอยกลับกันหมดแล้ว ทั้งสองคนก็ได้มีโอกาสได้พูดคุยกันซักที
“ยิ้มหน้าบานเชียวนะ”เจ้าบ่าวพูดให้พอได้ยินกันแค่สองคน ใบหน้าเหลอเหลาและรอยยิ้มที่หลายๆคนได้เห็นและชื่นชม หายไปในพริบตาเหลือแต่ความบึ้งตึงบนใบหน้ากับสายตาเกลียดชังที่ส่งไปให้คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าสาวของตัวเอง
“ฮึ...ก็ต้องดีใจสินี่มันงานแต่งงานของเราสองคนนะ”เสียงหวานใสของหญิงสาวกลับกลายเป็นเสียงแหบห้าวของผู้ชายพร้อมทั้งรอยยิ้มอันใสซื่อนั้นแปรเปลี่ยนเป็นร้อยยิ้มที่เต็มไปด้วยมารยา ตากลมโตจ้องหน้าคนที่สูงกว่า เชิดหน้าขึ้นสูง อย่างเอาชนะ
“เพราะนายใช้วิธีสกปรกนั่นต่างหาก...”มือใหญ่คว้าข้อมือเล็กขึ้นมากำแน่น เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาฟังดูน่ากลัว ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูนขึ้น...แววตาที่จ้องมองอีกคนมันมีแต่ความความเกลียดชังเสียเต็มเปี่ยม
“ทำไมพูดกับ...ภรรยา...ตัวเองแบบนี้ล่ะ”เสียงใสพูดเย้ยใส่ เรียวปากเหยียดยิ้มกว้างจนตาหยี...พยายามซ่อนความเจ็บปวดบริเวณข้อมือที่ถูกกำแน่นจนกระดูกแทบแตกไว้....ไม่ได้จะแสดงความอ่อนแอให้คนคนนี้เห็นไม่ได้
“นายนี่มัน”คยูฮยอนกระชากร่างเล็กเข้ามาใกล้...จ้องตากลมโตอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ มืออีกข้างที่ว่างกำแน่นจนรู้สึกเจ็บ..เกลียด เขาเกลียดผู้ชายคนนี้เข้าไส้....ถ้าไม่เห็นแก่หน้าตาของวงศ์ตระกูลบวกถูกบังคับล่ะก็เขาจะไม่มีทางแต่งงานกับคนเลวๆคนนี้เป็นอันขาด
“ซองมิน!!”ก่อนที่ทั้งคู่จะมีปากเสียงกันไปมากกว่านี้ ก็มีบุคคลที่สามเข้ามาขัดเสียก่อน....หญิงสาวอายุราวๆ30ปลายๆรีบเดินมาดึงตัวซองมินออกจากอีกคน...หล่อนมองหนุ่มร่างสูงตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ...
“คุยอะไรกันอยู่หรือ....ได้เวลาส่งตัวเข้าหอแล้วนะ”แสร้งยิ้มพูดออก ทั้งที่ในใจแอบเคืองเล็กน้อย...แต่ก็ต้องทำแกล้งไม่รู้เรื่องไป เพื่อความสบายในภายภาคหน้า
“ฮึ....เชิญเข้าไปคนเดียวเถอะ...คนชั้นต่ำแบบนี้ฉันไม่ลดตัวอยู่ร่วมห้องด้วยหรอกนะ”คนพูดจ้องหน้าเจ้าสาวของตัวเองและผู้หญิงที่มีศักดิ์เป็นแม่ยายด้วยสายตาดูถูก....เหอะคิดจะหวังสบาย...ฉันจะเอาให้สบายจนลืมไม่ลงเลยล่ะ
“นี่นาย...” ซองมินตวัดเสียงอย่างไม่พอ ใจ....ในใจมันเต็มไปด้วยโทสะ....กำลังจะด่าต่อแต่ก็ถูกมือเรียวบีบไว้เป็นสัญญาณว่าให้เงียบ
“แต่คุณก็ปล้ำลูกชายฉันไปแล้วไม่ใช่หรือไงคุณชายคยูฮยอน”แชยอนหัวเราะพอเป็นพิธี...เรียกโทสะให้คยูฮยอนเป็นอย่างดี
“นี่แก...” ดูเหมือนขีดจำกัดของคยูฮยอนจะหมดลง....เขาเผลอแสดงกิริยาหยาบคายอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน...เพราะคนพวกนี้เขาถึงได้ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่....เพราะพวกชั้นต่ำพวกนี้
“คยูฮยอน...”เสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยอำนาจหยุดคนที่กำลังบรรดาโทสะให้สงบอารมณ์ลง คยูฮยอนหันมามองผู้เป็นแม่ที่เดินเข้ามายืนข้างๆอย่างสะกั้นอารมณ์โมโห...
“ถ้าจะเถียงอะไรกันก็กลับไปทำที่บ้าน....อย่ามาแสดงกิริยาอะไรต่ำๆที่นี่...มันจะพลอยให้ลูกชายฉันเสียหายไปด้วย...กลับบ้านเถอะคยูฮยอน”คุณหญิง โจ แจรินควงแขนลูกชายสุดรักสุดหวงเดินออกไปปล่อยให้คนที่เหลือมองตามด้วยสายตาหมันไส้แกมโมโห
“ช่างดูถูกจริงนะ....พวกแกชั้นสูงตายล่ะ”แชยอนเบ้ปากให้ผู้ดีสองคนที่เดินจากไปอย่างหมันไส้
“คุณน้า....พอเถอะฮะ ที่เขาเป็นแบบนี้ก็เพราะพวกเรานะฮะ”ซองมินพูดให้ผู้ที่เป็นแม่เลี้ยงของตัวเองให้หยุดกิริยาที่ดูจะไม่เป็นผู้ดีเอาซะเลย....พวกเด็กๆที่กำลังเก็บงานกำลังมองมาทางพวกเขากันเป็นตาเดียวแล้ว
“แกเงียบไปเลย...จำเอาไว้นะแกต้องทนอยู่กับพวกนั้นให้นานที่สุด...ถ้าแกไม่อยากให้พ่อแกลำบากล่ะก็ส่งเงินมาเยอะๆล่ะ”แชริน แม่เจ้าสาวที่ตลอดทั้งวันนี้เขาดูเป็นคนใจดี รักลูกของตัวเองมาก แสร้งร้องไห้เมื่อเห็นลูกของคนเองกำลังเข้าพิธีแต่งงาน บันนี้มันไม่เหลือคราบคนใจดีแบบนั้นอีกแล้ว...มันเหลือแต่คราบของแม่มดใจร้าย เท่านั้น
“ฮะ”ซองมินขานรับอย่างจำยอม...ถึงแม้ในใจมันต่อต้านก็ตาม อยากจะกลับบ้านไปหาพ่อมากกว่า พ่อแท้ๆของเขาเอง
“ดีมาก....ว่าง่ายอย่างนี้สิถึงจะเป็นลูกกตัญญู...จริงมั้ย” แชยอนบีบไหล่ลูกเลี้ยงไม่แรงมากนักแต่มันก็พอทำให้ผิวขาวๆเป็นรอยแดงขึ้นมาได้....
“..................”ซองมินได้แต่กัดปากกล้ำกลืนความทุกข์ไว้ในใจเพียงผู้เดียว....หลายคราที่เขาอยากจะเดินออกนอกเส้นทางที่ผู้เป็นแม่เลี้ยงขีดไว้ให้ แต่ก็ทำไมได้...เพราะผู้หญิงคนนี้มักจะเอาพ่อของเขามาเป็นข้อบังคับเขาเสมอมา
“ไปได้แล้วไป ฉันไม่ไปส่งแกที่บ้านนั่นหรอกนะไม่อยากไปเจอยัยคุณหญิงนั่น....ไปได้แล้วพวกผู้ดีจ้องกันตาเขียวแล้ว”แชยอนดันให้ซองมินเดินไป เพราะเขาเห็นว่าแจรินและบรรดาคนรับใช้ทั้งหลายกำลังมองมาทางหล่อและซองมินด้วยสายตาไม่ค่อยดีนัก
“ผมลาล่ะฮะ”ซองมินก้มหัวให้...ก่อนจะรีบเดินไปหาเจ้าบ่าวที่กำลังยืนรอเขาด้วยท่าทางอารมณ์เสีย
“ไม่ต้องล่ำลากันนานหรอก เพราะนายคงไม่ได้อยู่ที่นี่นานซักเท่าไหร่หรอก”เมื่อซองมินเดินมายืนข้างๆแล้วคยูฮยอนก็แสยะพูดขึ้น ให้ได้ยินกันแค่สองคนแววตามีประกายอย่างมีชัย....แต่คนอย่างซองมินคงไม่ยอมให้ถูกข่มง่ายๆหรอก เพราะคยูฮยอนไม่ใช่น้าแชยอนนี่ที่จะรู้จุดอ่อนของเขาและสามารถสั่งเขาได้ทุกเรื่อง
“ไปกันเถอะค่ะคุณแม่...ซองมีอยากเห็นห้องหอเร็วๆจัง..คิคิ”ซองมินควงแขนคยูฮยอนซบหน้าลงกับท่อนแขน ยิ้มกว้างราวกับจะยั่วให้อีกคนโมโห.....พูดกับแม่สามีเสียงใส...หัวเราะคิกคักพอเป็นพิธี
“หึ......” หน้าด้านเสียไม่มี...แจรินสะบัดหน้าหนีลูกสะใภ้ที่ตนไม่ได้เต็มใจจะยอมรับเลยซักนิด....ไม่เข้าใจคยูฮยอนเลยจริงๆทำอะไรไม่ระวังบ้าง เมาจนไปคว้า พวกหากินมาทำเมียแถมยังเป็นผู้ชายเหมือนกันอีก
ที่จริงคนรวยล้นฟ้าอย่างโจ แจริน เพียงแค่เอาเงินฟาดหัวพวกที่คิดจะมาจับลูกชายของเธอเพื่อหวังสมบัติก็ได้แล้ว แต่กรณีซองมินที่เขายอมเปิดตัวอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้ก็เป็นเพราะแชยอนมีหลักฐานเป็นภาพของคยูฮยอนนอนเปลือยอยู่กับซองมินหน่ะสิ และก็ยังขู่อีกว่าถ้าไม่รับผิดชอบโดยการแต่งงานและรับซองมินเข้าบ้าน หล่อนจะเอาภาพบัดสีพวกนั้นโพนทะนาให้ทั่วเกาหลี ว่าลูกชายนักธุรกิจระดับประเภทชอบหลับนอนกับเพศเดียวกันแถมยังบังคับข่มเหงเพื่อให้ตัวเองได้บรรลุถึงอารมณ์อีกต่างห่า
แจรินไม่มีทางเลือก จึงจำใจยอมตกลงตามข้อเสนอ เพราะตัวเองทำธุรกิจดังและคยูฮยอนกำลังจะได้ตำแหน่งผู้บริหารบริษัทแทนคุณพ่อที่เพิ่งเสียไปเมื่อสองปีที่แล้ว แจรินจึงให้ซองมินแต่งเป็นผู้หญิง เพื่อไม่ให้เป็นที่นินทาและลดความเชื่อมั่นของบริษัท
หึ....แต่ก็หวังจะได้อะไรจากตระกูลโจเลย...แค่ยอมเปิดเผยให้ผู้คนรู้จักแค่นี้ก็นับว่าบุญของคนจนๆที่คิดจะสบายทางอ้อมอย่างพวกแกแล้ว...หึหึ หลังจากวันนี้นายจะได้ลิ้มรสชาติของการเป็นสะใภ้ตระกูลโจ อย่างเต็มที่เลยล่ะ อี ซองมี
คฤหาสน์ ตระกูลโจ
เมื่อมาถึงคฤหาสน์หลังงามแล้ว ซองมินก็ถูกพาขึ้นมาบนห้องนอน ซองมินนอนห้องข้างๆกับคยูฮยอน สองห้องที่มีประตูเชื่อมกันระหว่างห้องซึ่งมันจะล๊อกได้แค่ฝั่งเดียวคือฝั่งของคยูฮยอน
“ผิดหวังหน่อยนะ ที่ไม่ได้นอนห้องเดียวกันน่ะ เพราะคนอย่างนายแค่ครั้งเดียวก็สกปรกเกินพอแล้ว”ซองมินที่กำลังแกะวิกผมออกจากหัวตัวเอง หันไปมองผู้ชายปากร้าย ด้วยสายตาไม่พอใจ คยูฮยอนที่ยืนกอดออกอยู่หน้าประตูเชื่อมได้แต่ส่งยิ้มกวนโมโหมาให้ก่อนจะยักไหล่เดินกลับห้องตัวเองไปปล่อยให้ซองมินนั่งฮึดฮัดกับคำดูถูกนั้นอยู่คนเดียว
“ฉันดีใจต่างหากล่ะ”ซองมินพูดใส่ประตูสีน้ำตาลที่คยูฮยอนเพิ่งจะปิดไปเมื่อสักครู่นี้....ตอนแรกก็หวั่นใจอยู่เหมือนกันว่าจะต้องนอนกับคยูฮยอรจริงหรือ ก็มันเป็นสันส่งตัวเข้าหอนี่นา ปกติเจ้าบ่าวเจ้าสาวเค้าทำอะไรกันล่ะ ถึงแม้จะรู้ว่าคยูฮยอนเกลียดตนแค่ไหน แต่พอถึงเวลาก็ไม่แน่อาจจะนึกครึ้มอกครึ้มใจขึ้นมา ปล้ำเขาล่ะ.....คิดเองก็อายเอง ซองมินได้แต่นั่งกัดปากหน้าแดงกับความคิดของตัวเอง แล้วก็ต้องสะบัดหัวไล่ความคิดนี้ออกไป หันมาจัดการกับสภาพเจ้าสาวของตัวเองต่อ
.
.
.
หลังจากพูดจาเหยียดหยามเจ้าสาวๆหมาดของตนเองจนพอใจแล้วคยูฮยอนก็กลับมานั่งหน้าเครียดอยู่ที่ปลายเตียง ปากหนาเม้มเข้าหากันพร้อมกับสายตาคมที่เอาจ้องมองโทรศัพท์มือถือเครื่องสีดำที่นอนแน่นิ่งอยู่ข้างตัวนิ่ง สีหน้าฉายแววกังวล
“หายไปไหนของนายนะ....คิฮยอน”เขาถอนหายใจหนักๆออกมาก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ที่คุ้นเคย....
......ท่านได้เข้าสู่ระบบฝากข้อความเสียงของ 083xxxxxxx......
“คิฮยอน ได้โปรดรับโทรศัพท์ผมที่ เรื่องทั้งหมดผมอธิบายได้ ได้โปรดเถอะ อย่าหายไปแบบนี้ผมเป็นห่วงนะเชื่อใจผมสิ ผมรักคิฮยอนคนเดียวจริงๆ ผมรักคุณ ได้ยินมั้ยผมรักคุณ!!!!”คยูฮยอนกดบันทึกข้อความที่ สี่สิบ ก่อนจะนอนราบไปกับที่นอนอย่างอ่อนล้า สายคาคมกระพริบปริบๆเพื่อให้น้ำใสๆมันไหลออกมาให้ให้หมด....
ในใจมันร้อนรุ่มเมื่อนึกคนรักที่ไม่รู้ว่าป่านนี้หลบไปอยู่ที่ไหน หลังจากที่ได้รู้ข่าวเรื่องซองมิน คิฮยอนก็หายไปจากชีวิตเขาทันที โทรไปก็ไม่ยอมรับสาย ไปหาที่บริษัทก็บอกว่าลาพักร้อน ที่บ้านก็ไม่ยอมบอกว่าคิฮยอนไปไหน คยูฮยอนจึงได้แต่นั่งทรมานอยู่เฉยๆโดยที่ทำอะไรไม่ได้อย่างนี้
อยากจะอธิบายแต่กลับหนีหน้ากันแบบนี้ รู้มั้ยผมอึดอัดทรมานใจแค่ไหนคิฮยอน....เมื่อนึกถึงสิ่งที่ทำให้เขาและคิฮยอนผิดใจกันสายตาคมฉายแววดุดันก็ตวัดมองไปยังกำแพงสีขาวกั้นระหว่างห้องเขากับซองมินทันที....เพราะนายคนเดียวซองมิน เพราะนายเรื่องทุกอย่างถึงได้เป็นแบบนี้ ฉันเชื่อว่าเรื่องคืนนั้นมันเป็นแผนของนายแผนล่อลวงผู้ชายรวยให้ติดกับเพื่อหวังรวยทางอ้อม
นายได้ตำแหน่งเมียฉันไปแต่นายไม่มีวันได้ความรักจากฉันหรอก อีซองมิน
.
.
.
.
วันแรกที่อีซองมินใช้ชีวิตอยู่คฤหาสน์หลังโตนี้ มันช่างลำบากกว่าที่คิด ตั้งแต่เขาก้าวขาออกมาจากห้อง คุณแม่บ้านชื่อเกียมริมบอกกฎของบ้าน แล้วก็มอบหมายงานตามคำสั่งของคุณหญิงแจรินให้ ซองมินแทบจะลมจับเมื่อได้ยินคำสั่งของคุณหญิง
เช้าของทุกวันเขาจะต้องกวาดบ้านถูบ้าน ไม่สิเรียกว่าคฤหาสน์ถึงจะถูก
ดูเหมือนงานที่ให้มามันจะน้อยมากแต่มันก็หนักเอาการเหมือนกัน แค่ทำความสะอาดบ้านหลังนี้วันเดียวก็คงจะไม่เสร็จหรอก แถมยังต้องทำทุกวันอีกต่างหาก.....ถึงจะเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องโดนกลั่นแกล้งแต่ถูกแกล้งแบบนี้ซองมินก็ท้อเป็นเหมือนกันนะ
บริษัทโจกรุ๊ป
คยูฮยอนเซ็นเอกสารรับรองนโยบายการขายของบริษัทด้วยใบหน้าเครียด จนเลขาส่วนตัวไม่กล้าเข้าใกล้ เมื่อเช็นเซ็นก็ส่งให้เลขาแบบไม่พุดไม่จา
“ว่าไงว่าที่ประธาน....คิดว่าจะนอนกกเมียอยู่ที่บ้านซะอีก...เมื่อคืนเป็นไงเมียแกสุดยอดมั้ยล่ะ”
“ไอ้คิบอม หุบปากไปเลย นายก็รู้ว่าฉันไม่มีทางกอดคนอื่นนอกจากคิฮยอน”คยูฮยอนสะบัดเสียงใส่เพื่อน กระแทกแผ่นหลังกับพนักเก้าอี้อย่างอารมณ์เสีย
“ฮ่า ๆๆ...ก็แค่ล้อเล่นหน่าทำอารมณ์เสียไปได้...นี่ยังติดต่อคิฮยอนไม่ได้หรอ”คิบอมเดินมานั่งลงตรงเก้าอี้ตัวนุ่มฝั่งตรงข้ามคยูฮยอน
“อืม....ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน โทรไปก็ปิดเครื่อง ฉันอยากอธิบายให้เค้าเข้าใจจริงๆเลย ว่าระหว่างฉันกับซองมินมันไม่มีอะไรเลย ทั้งหมดเป็นเพราะแผนจับผู้ชายรวยๆของหมอนั่นต่างหาก”
“เอาหน่าแกก็ยังไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันว่าเรื่องคืนนั้นมันเป็นแผนของซองมินน่ะ พูดไปคิฮยอนก็คงไม่เชื่อหรอก”
“แต่ความรักความเชื่อใจ มันก็น่าจะมีบ้างไม่ใช่หรือไงว่ะ” คยูฮยอนส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ....ขอแค่ได้เจอคิฮยอนแล้วได้อธิบายเรื่องทั้งหมดเขาเชื่อว่าคิฮยอนจะต้องใจอ่อนเป็นแน่
“คือนี้สนใจไปดื่มต่อกับพวกฉันหรือเปล่า...หรือจะรีบกลับไปหาเมีย”ยังไม่วายหยอกให้เพื่อนได้อารมณ์เสียหนักกว่าเดิม
“ไปแน่....ไม่อยากกลับไปเจอคนพรรค์นั้น”
“อย่าทำเป็นพูดดีไป....อยู่ด้วยกันทุกวันแบบนี้เกิดหลงรักเขาขึ้นมาล่ะจะสมน้ำหน้าให้”
“หึ.....ไม่มีทางที่ฉันจะรักซองมินแน่...ไม่มีวัน”
“เออๆ.....ฉันจะเชื่อแล้วกันนะ....เย็นนี้เจอกันที่เดิมฉันไปก่อนนะทิ้งบริษัทมานานเกินไปแล้ว”
“อืมๆ”
ปิ๊บ ปิ๊บ
......คยูฮยอน ฉันอยู่ที่ร้านxxx....คิฮยอน.....
‘คิฮยอน’
เพียงแค่ได้เห็นชื่อคยูฮยอนก็รีบวิ่งออกไปยังสถานที่ที่ปรากฏอยู่ในข้อความทันที ไม่สนใจเสียงร้องเรียกของเลขาประจำตัว ตอนนี้เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ขอแค่ได้เห็นหน้าไปพูดกับคิฮยอนเป็นพอ
คยูฮยอนขับรถด้วยความเร็วสูง อยากให้ถึงเร็วๆ อยากเห็นหน้า อยากกอด อยากคุย ตอนนี้ใจของคยูฮยอนไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มันทั้งตื่นเต้นทั้งกลัว กลัวว่าครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้พบกับคิฮยอนก็เป็นได้
เมื่อมาถึงคยูฮยอนก็ตรงดิ่งเข้าไปในร้านอาหารหรูที่ที่เขาและคิฮยอนชอบมานั่งทานด้วยกัน พนักงานต้อนรับกล่าวทักทายแขกประจำด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่คยูฮยอนไม่สนใจจะทักตอบอย่างทุกครั้งเขาเดินเลยไปยังโต๊ะประจำที่เคยมา หัวใจเต้นระรัวเมื่อเห็นร่างที่คุ้นเคยกำลังนั่งหันหลังให้เขา คยูฮยอนระงับความตื่นเต้นไม่ได้จนต้องเผลอยิ้มออกมาอย่างโล่งอก คิดถึงในที่สุดก็ได้เจอ คยูฮยอนรีบเดินไปนั่งลงข้างๆร่างบางอย่างรวดเร็ว
“รอนานมั้ย”คยูฮยอนพูดพร้อมกับจับมือนิ่มที่วางอยู่บนโต๊ะมาจับไว้แน่น
คิฮยอนเพียงแค่ระบายยิ้มอ่อนๆมาให้ บอกเป็นนัยว่าไม่เป็นไร....เพียงแค่เห็นรอยยิ้มคยูฮยอนก็ดีใจแล้ว อย่างน้อยคิฮยอนก็ไม่ได้บึ้งตึงใส่อย่างที่กลัว....คยูฮยอนเตรียมจะอธิบายสิ่งที่เขาตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก แต่ก็ถูกคิฮยอนพูดแทรกขึ้นมาก่อน
“ฉันไม่อยากฟังอธิบายจากคยูฮยอนหรอกนะ”พูดด้วยร้อยยิ้มอ่อนๆ...ไม่มีอาการโกรธใดๆ สายตาว่างเปล่าในหน่วยตาสวยมันทำให้คยูฮยอนไม่เข้าใจในสิ่งที่คิฮยอนพูดว่าต้องการสื่อความหมายอย่างไรกันแน่ แต่เขารู้สึกเจ็บ เจ็บที่หน้าอกด้านซ้ายเหลือเกิน...คิฮยอนไม่อยากฟังสิ่งที่เราจะพูดเพราะต้องการจะไปจริงๆใช่มั้ย
“เพราะฉันเชื่อใจคยูฮยอน เชื่อในความรักของเรา”คิฮยอนยิ้มให้คยูฮยอนว่าคิฮยอนเชื่อใจคยูฮยอนจริงๆ
“ขอบคุณ ขอบคุณที่เชื่อใจ”เหมือนกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง คยูฮยอนดีใจกับสิ่งที่คยูฮยอนพูดเขาดึงร่างบางเขามากอดแนบแน่นอย่างดีใจ...เขาซบหน้ากับไหล่บางของคนรักปากก็พึมพัมแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงตื้นตัน
“คยูฮยอนคิดว่าซองมินจะไปจริงๆหรอ”
“ไปสิ ที่นี่ไม่มีใครอยากให้หมอนั่นอยู่ซักคน...ทนถูกแกล้งจากคุณแม่ได้ก็ไห้มันรู้ไปสิ”
“ถ้าเขาทนได้ล่ะ”
“ผมจะเป็นคนบีบให้หมอนั่นหอบเสื้อผ้าหนีไปเอง”คยูฮยอนดันคิฮยอนออกจากการกอบกุมเขามองหน้าคิฮยอนด้วยแววตามุ่งมั่น เน้นคำพูดของตัวเองให้คิฮยอนได้มั่นใจ
คยูฮยอนจะไม่มีวันให้ใครมาแยกเขาและคิฮยอนออกจากกันได้ไม่มีวัน
เหนื่อย เป็นสิ่งเดียวที่ซองมินรู้สึกในตอนนี้ ซองมินที่เพิ่งจะถูบ้านเสร็จนั่งหอบอยู่ที่บันไดกลางบ้าน เขาไม่สนใจฟังเสียงติของแม่บ้านที่ตรวจความสะอาดเลยซักนิด.....ตอนนี้เขาหมดแรงจริงๆ ข้าวก็ยังไม่ถึงท้องเลย จะฆ่ากันหรือไงกันนะ....ซองมินพาตัวเองมายังห้องครัวเพื่อจะหาอะไรกิน....ขอกินอะไรรองท้องก่อนแล้วกัน จะได้มีแรงไว้สู้รบกับคนอื่นๆ
กว่าจะทำความสะอาดบ้านเป็นที่พอใจของคุณแม่บ้าน ก็ปาเข้าไปเวลาอาหารเย็นแล้ว ซองมินขอตัวมาอาบน้ำเพราะรู้สึกเหนียวตัวเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยซองมินก็เอาแต่อยู่ในห้อง....ก็ไม่อยากลงไปไหนนี่ ที่นี่ไม่มีใครเป็นมิตรกับเขาสักคน เดี๋ยวก็มีคนมาเรียกไปกินข้าวเย็นเองแหละ....
ซองมินเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้มารู้สึกตัวอีกทีฟ้าก็มืดเสียแล้ว มองดูนาฬิกาที่ผนังถึงได้รู้ว่าเขาหลับไปนานเหมือนกันคงเพราะเหนื่อยจากการทำงานบ้านแหละมั้ง
สองทุ่มครึ่ง.....เฮอะป่านนี้ยังไม่มีใครขึ้นมาตามไปกินข้าวเลย ซองมินคิดไว้แล้วแหละว่าพวกนั้นไม่สนใจเขาหรอก จะกินหรือไม่กินพวกนั้นก็ไม่เดือดร้อนแถมยังดีใจด้วยซ้ำมั้งที่ไม่มีเขารวมโต๊ะด้วยหน่ะ ....ซองมินลงจากเตียงนอนเดินลากเท้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ ก่อนจะลงไปข้างล่างเพื่อไปหาอะไรกิน
“ลงมาแล้วหรอ....นอนกินบ้านแทบจะทั้งหลังแล้ว สบายเกินไปไหม”เพียงแค่ขาก้าวพ้นบันไดมาเท่านั้นแหละก็มีเสียงว่าของคุณหญิงแจรินที่นั่งอยู่ห้องนั่งเล่น
ซองมินเพียงแค่หันไปมองด้วยสีหน้าไม่รู้สึกรู้สาอะไร เก็บความเจ็บใจไว้ข้างในไม่แสดงออกมาให้เห็น มองไปยังคุณหญิงแจรินที่นั่งดูดีวีกับคยูฮยอนที่กลับมาจากทำงานแล้วแต่ก็ต้องสงสัยเพราะคนที่นั่งข้างๆคยูฮยอนนั้นเขาไม่คุ้นเอาซะเลย เมื่อตอนวันแต่งงานเขาก็เห็นเพื่อนคยูฮยอนทุกคนแล้วแต่ไม่เห็นจะมีคนนี้ ดูท่าจะไม่ใช่แค่เพื่อนซะแล้วสังเกตจากท่าทางการนั่งซะแนบชิดกันมือยังกอบกุมกันไว้อีกต่างหาก หน้าตาก็ดูจะหวานราวกับสาวน้อยน่ารักดวงตากลมโตสุกใสมันกำลังมองมาที่เขาอย่างเกร็งๆ....หรือผู้ชายคนนี้จะเป็นคนรักของคยูฮยอนกัน
นี่เรากำลังจะพรากคนที่เขารักกันอย่างนั้นหรือ.....โถเอ้ยทำไมน้าแชยอนไม่ยอมบอกเขานะว่าคยูฮยอนมีคนรักแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาไม่ยอมตกลงทำอะไรอย่างนี้แน่นอน....คิดแล้วก็รู้สึกผิดว่าตัวเองมันเลวมาขึ้นกว่าเดิม เลวอย่างไม่หน้าให้อภัยเสียเลยด้วยซ้ำ
“จะมัวยืนบื้อทำไมอยู่ตรงนี้.....จะไปไหนก็ไป เห็นหน้านายแล้วจะอ้วก”คยูฮยอนพูดด้วยน้ำเสียงไล่ส่ง ซองมินหันควับมองคนพูดที่กำลังจ้องเขากลับเช่นกัน เขาเห็นคนหน้าหวานที่นั่งอยู่ข้างๆกระตุกแขนคยูฮยอนเบาๆเพื่อหยุดอารมณ์ของคยูฮยอนไว้
ตอนแรกก็รู้สึกผิดอยู่หรอกนะแต่พอมาเจอคำพูดของคยูฮยอนที่พูดกับเขาอย่างกับหมูกับหมาความรู้สึกผิดมันก็หายไปทันทีเหลือแต่เพียงความโกรธเข้ามาแทนแล้วก็อยากเอาคืนกับคำพูดนั่นด้วย
“คยูฮยอนก็....นี่พาใครมาด้วยน่ะเพื่อนหรอ ไม่เห็นแนะนำให้รู้จักบ้างเลยเพื่อนสามีก็เหมือนเพื่อนตัวเองนั่นแหละ ”ซองมินเดินมานั่งแทรกระหว่างคยูฮยอนกับคิฮยอนทำเป็นเกาะแขนคยูฮยอนอย่างสนิทสนมแล้วก็ยิ้มให้คิฮยอนด้วยรอยยิ้มอันใสซื่อ
“ปล่อย....นายไม่มีสิทธิแสดงความเป็นเจ้าของกับฉันแล้วก็จำใส่หัวเอาไว้ด้วยว่าคิฮยอนคนนี้คือคนรักของฉัน”คยูฮยอนตะคอกเสียงดังพร้องทั้งเหวี่ยงคนที่เกาะแกะเขาเกินควรออกอย่างแรงจนร่างที่ถูกเหวี่ยงกระแทกกับโต๊ะกระจก....
ซองมินลุกขึ้นอย่างอยากลำบากมือเล็กกุมต้นแขนที่กระแทกกับโต๊ะด้วยความเจ็บ มองคนที่ยืนขบกรามมองตนอย่างโมโห หึคิดว่าฉันจะยอมเจ็บคนเดียวนักหรอ ซองมินมองคุณหญิงที่เอาแต่นั่งนิ่งมองเขาด้วยสายตาเยาะเย้ย แล้วก็มองคยูฮยอนที่กำลังกอดปลอบคิฮยอนอย่างอ่อนโยนแต่ตายตาก็มองมาที่เขาอย่างเกลียดชัง
“หึ....แย่งผัวชาวบ้านไม่หน้าด้านเกินไปหรือไง”เสียงหวานกดต่ำพูดรอดไรฟันออกมาอย่างโกรธเคือง ไม่ได้หึง แต่รู้สึกเหมือนโดนฉีกหน้าต่างหาก
เพี้ย!!!
ใบหน้าหวานสะบัดไปตามแรงมือจนรู้สึกถึงรสเค็มปร่าในโพร่งปาก...ตาสวยตวัดมองคนที่ตบหน้าเขาด้วยสายตาสั่นระริก....ไม่เคยมีใครทำกับเขาแบบนี้แม้แต่พ่อของเขา
“นายไม่มีสิทธิพูดแบบนี้กับคิฮยอน เพราะคนที่หน้าด้านคือนาย อีซองมิน”คยูฮยอนชี้หน้าซองมินอย่างสั่นสอนก่อนจะจูงคิฮยอนให้เดินออกไป ทิ้งให้ซองมินยืนกุมแก้มข้างที่ถูกตบนิ่ง
“ฮึ....”คุณหญิงหัวเราะเยาะอย่างพอใจ ก่อนจะเดินขึ้นห้องไป
“ฮึก.....พ่อฮะ...ผมคิดถึงพ่อ ฮึก”เมื่อไม่มีใครอยู่แล้วซองมินก็ทรุดตัวลงนั่งกับโซฟาตัวนุ่ม ยกมือขึ้นปิดหน้าร้องไห้ออกมาอย่างท้อแท้....ใบหน้าของผู้เป็นพ่อลอยมายิ่งทำให้ร้องไห้หนักกว่าเดิม ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทน ทนไปเพื่ออะไร เพื่อเงินหรือเพื่อความสบาย เหอะยังไงเขาก็ไม่มีทางได้ทั้งสองอย่างแล้วเขาจะทนไปทำไม
“คุณซองมิน มีโทรศัพท์ค่ะ”เด็กรับใช้เดินเอาโทรศัพท์บ้านไร้สายมาให้ซองมินที่กำลังก้มหน้าร้องไห้
“ขอบคุณฮะ”ซองมินรีบเช็ดน้ำตาทิ้งก่อนจะคลี่ยิ้มขอบคุณให้หญิงรับใช้ที่ดูจะรุ่นราวคราวเดียวกัน ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มาคุย คงไม่มีใครโทรมาหาเค้านอกจากน้าแชยอนหรอก
“ฮะโหล”ซองมินพูดให้เป็นปกติมากที่สุด เพราะเขาไม่อยากตอบคำถามน้าแชยอนมากนัก
(ซองมิน ว่าไงได้เงินบ้างหรือยัง)
“คุณน้าผมเพิ่งมาอยู่แค่วันเดียวเองนะฮะ”
(แกนี่มันไม่ได้เรื่องจริงๆ...ต้องให้พ่อแกตายก่อนใช่มั้ยแกถึงจะดิ้นรนเอาเงินมาหน่ะ)
“คุณน้า คือผม ไม่.....”
(นี่แกห้ามพูดนะ...ทนอยู่ต่อไปซะ แล้วหาวิธีให้ขอเงินจากผัวแกเร็วๆ พ่อแกเริ่มเป็นหนักแล้ว)
“พ่อเป็นไงบ้างฮะ....พาไปหาหมอหรือยัง”
(จะเอาเงินที่ไหนไปหา....ก็รอเงินจากแกอยู่นี่แหละ สิ้นเดือนนี้หาเงินมาให้ได้สามแสน)
“คุณน้ามันเยอะเกินไป”
(ผัวแกรวยจะตาย....งั้นฉันโอกาสแกถึงสิ้นเดือนหน้าส่งเงินมาให้ฉันสามแสนแค่นี่แหละ....ตรู๊ด ๆๆ)
“คุณน้า.....เฮ้อ แล้วผมจะเอาเงินจากที่ไหนมาให้ล่ะ”ซองมินพิงตัวกับพนักโซฟาอย่างเหนื่อยใจ ทำไมชีวิตเขาถึงไม่สบายเหมือนคนอื่นๆกันนะ
ซองมินเดินเอาโทรศัพท์ไปเก็บเขาไม่มีอารมณ์จะกินข้าวแล้ว ขาเรียวกำลังก้าวขึ้นไปยังห้องนอนแต่ก็ต้องตกใจเมื่อมีมือแข็งแรงมากระชากแขนเขาอย่างจนเกือบตกบันได
“อ๊ะ...นี่คุณทำแบบนี้ตกบันไดไปจะว่ายังไง”
“ก็ดีสิ....ฉันอยากให้นายตายไวๆด้วยซ้ำ”
“คุณ......”
“ฮึ.... ความจริงฉันไม่ได้อยากยุ่งกับนายมากหรอกนะ ก็แค่จะมาเตือนนายไว้ว่าห้ามยุ่งกับคิฮยอน และนายไม่มีสิทธิ์ไปด่าว่าคิฮยอนไม่อย่างนั้นนายเจอดีแน่”
“ทำไมฉันต้องเชื่อคุณด้วย”ซองมินสวนขึ้นทันควันมองคนที่ยืนบนขั้นบันได้ที่ต่ำกว่าแต่ระดับใบหน้าเท่ากันพอดิบพอดีเขม็ง
“อยากจะลองดีก็เชิญเลย ต่อไปไม่ใช่แค่ตบแน่.....แต่จะเป็น.....”คยูฮยอนพูดเสียงต่ำเขาก้าวขึ้นไปยืนบันไดขั้นเดียวกับซองมินจนทำให้ระห่างระหว่างทะสองร่างแทบไม่มี ใบหน้าคมก้มต่ำมองใบหน้าขาวใสที่จ้องหน้าเขาเขม็ง จงใจไร้สายตาให้ทั่วใบหน้าขาวนั่นแล้วมาหยุดนิ่งอยู่ที่ริมฝีปากสีแดงสดให้อีกคนได้สั่นผวา
“จะทำอะไร”ซองมินใจกระตุกวูบอย่างหวั่นกลัวเมื่อเห็นสายตาโลมเลียของอีกคน เขาเริ่มจะกลัวสายตาแบบนั้นของคนตรงหน้าซองมินพยายามสะบัดแขนให้หลุดจากมือใหญ่แต่ก็ไม่เป็นผลแถมยังถูกคยูฮยอนดันแผ่นหลังจนอกเบียดกับอกแกร่งนั่นอีกซองมินจึงได้แต่ฮึดฮัดอย่างทำอะไรไม่ได้
“หึหึ.....คิดว่าฉันจะปล้ำนายหรือไง คนสกปรกอย่างนายฉันไม่มีทางเอาตัวไปเกลือกกลั้วด้วยหรอก อี ซองมิน”คยูฮยอนหัวเราะเสียงต่ำพอจะเดาสายตาหวาดผวานั้นออกว่ากำลังกลัวว่าเขาจะทำอะไร....คยูฮยอนก้มลงกระซิบกับใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย แต่ก็แอบได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากไรผมของอีกคนจนเผลอสูดดมเข้าไปเต็มๆเมื่อรู้สึกตัวว่าตัวเองทำอะไรลงไปก็รีบผละคนตัวเล็กออกจนซองมินเซจนเกือบล้มแล้วก็รีบเดินขึ้นห้องไปทันที...
“.......................”ซองมินมองตามคยูฮยอนไปด้วยสายตาโกรธแค้นมือเล็กกำแน่นจนเล็บจิกกับเนื้อ.....คนสกปรกอย่างฉันจะทำให้นายหลงรักจนโงหัวไม่ขึ้นเลยคอยดูเถอะ
To Be Con
[TALK]
จบไปแล้วนึ่งตอน เล่นเอาเราปาดเหงื่อเลยตอนนี้แต่งนานมาก มากถึงมากที่สุด เราว่าเรื่องมันน่าเบื่อยังไงไม่รู้
แบบว่าไม่ได้แต่งฟิคมานานมากมายพอมาแต่งอีกทีก็ติดๆขัดๆไปหมดเลย เรื่องนี้ก็ตามชื่อเรื่องเลยนะ ไร้รัก
ก็จะพยายามแต่งให้มันไร้รักกันจริงๆ พระเอกกับนายเอกของเราดูท่าจะรักกันยากเสียหน่อยนะ
มาลุ้นกันว่าใครจะรักใครก่อน ใครที่รอฉากเอนซีเรื่องนี้ละก็ขอบอกว่าอีกนาน กร๊ากกกก
แหมก็พระเอกเขาประกาศอยู่โจ้งๆว่านายเอกของเราสกปรกนี่นา
แต่เอาเป็นว่ามันจะต้องมีแน่นอนอยู่แล้วฉากเอนซีน่ะ แต่อีกนานแต่พอมีที
มันจะมีจนเพื่อนๆเบื่อเลยหล่ะ.....อิอิ
ยังไงก็ขอฝากฟิคเรื่องนี้ไว้ด้วยนะง๊าบบ บบบ
เจอกันตอนหน้า บะบุยงิ ^^
Bowmin FICs: InDex




#1 By (125.27.6.143) on 2009-07-14 20:39