[Fic]..Love Less..6
posted on 23 Sep 2009 15:22 by bowmin in LoveLess
[Fic]@@....Love Less....@@
[Couple]...Kyu x Min…
[Writer]...Bowmin…
……..Love Less.........
ไร้รัก.....................
Part 6
ซองมินกำลังหัวเสียอยู่ที่หน้ากระจก ฟันซี่เล็กกัดริมฝีปากล่างด้วยความโมโห เมื่อทำยังไงก็ไม่สามารถปกปิดร่องรอยของคยูฮยอนที่ฝากไว้บนลำคอของตนได้ ซองมินไม่มีเสื้อคอเต่าซักตัวมีแต่เสื้อยืดคอกลม คอวี และก็เสื้อเชิ้ตคอปกธรรมดาทั่วไปเท่านั้น ถ้าจะมาใส่ผ้าพันคอในหน้าร้อนแบบนี้คนคงมองว่าเขาบ้าเต็มทน ...โอ้ยแล้วจะกล้าออกจากห้องหรอเนี่ย
ที่ซองมินมายืนเครียดนี่ไม่ใช่แค่รอยแดงๆนี่หรอกแต่เครียดที่ว่า ถ้าไอ้คนทำรอยพวกนี้มันเห็นเข้า เขาคงจะถูกหมอนั่นหัวเราะเยาะและพูดล้อเขาเป็นแน่....ทำไมเราต้องเสียเปรียบหมอนี่มันอยู่เรื่อยเลยนะ
“ไอ้บ้า!...ไอ้ลามกเอ้ย!!!”
.
.
.
กว่าซองมินจะออกจากห้องได้ก็ปาไปเที่ยงกว่าแล้ว เขาเดินออกจากห้องมาด้วยความไม่มั่นใจ...สายตาก็คอยมองซ้ายมองขวากลัวว่าจะเจอคยูฮยอนในเวลาที่ไม่อยากจะเจอแบบนี้ ร่างขาวเดินลงมายังชั้นล่างด้วยกางเกงสี่ส่วนสีขาวกับเสื้อเชิ้ตสีชมพูที่ติดกระดุมทุกเม็ด ปกเสื้อถูกจัดให้ตั้งปิดคอให้มากที่สุดซึ่งดูแล้วมันดูไม่เป็นธรรมชาติเลยซักนิด แต่จะทำไงได้ล่ะ เขากลัวเลยแดงมันโผล่อวดสายตาประชาชีนี่นา
“คุณซองมินคะ...เป็นอะไรหรือเปล่า”
“อะเอ่อ...ปะเปล่า ไม่เป็นอะไร..ยูนอึนมีอะไรหรอ” เสียงที่ดังมาจากทางด้านหลังทำเอาซองมินถึงกับสะดุ้ง เพราะมัวแต่กังวลอยู่เลยไม่ได้สนใจว่าใครอยู่แถวนี้มั้ย
“อ๋อ...คือจะบอกว่า คุณคยูฮยอนพาคุณดาอีไปรับคุณพ่อของคุณคิฮยอนออกจากโรงพยาบาลน่ะค่ะ”
“ไปตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วรู้มั้ยว่าพวกเค้าจะกลับมาตอนไหน”
“ไปตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ...คงจะกลับเย็นๆเลยมั้งค่ะ”
“อื้ม...ขอบใจมากนะ”ซองมินพยักหน้าตอบก่อนจะบอกให้สาวใช้ไปทำกิจของตัวเองต่อ...เมื่อสาวใช้เดินไปพ้นจากสายตาแล้วซองมินก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก วันนี้คยูฮยอนไม่อยู่เข้าก็ไม่ต้องกังวลกับรอยที่คอท่าไหร่แล้วสินะ ถ้าเป็นไปได้ กลับมาพรุ่งนี้เลยยิ่งดี
Tru…..tru…..tu
เสียงโทรศัพท์มือถือของซองมินดังขึ้นทำเอาคนที่กำลังนึกกร่นด่าคยูฮยอนถึงกับสะดุ้ง รีบรับแทบไม่ทัน
“ว่าไงทงเฮ”
(( ซองมิน อีกสองวันนายมาทำงานได้เลยนะ พอดีมีคนลางานหน่ะ))
“จริงหรอแล้วฉันเริ่มทำเมื่อไหร่แล้วทำกี่วันอ่ะ”ซองมินถามด้วยความตื่นเต้น....มีงานก็ต้องมีเงิน คิดว่าจะไม่มีเงินส่งกลับบ้านเสียแล้ว
((อีกสองวันน่ะ...ทำแค่วันเดียว แต่แค่วันเดียวนายก็มีตังส่งกลับบ้านเหลือเฟือเลยแหละ)) ปลายสายพูดด้วยความมั่นใจ จนทำให้คนฟังถึงกับใจชื้น
“อ่าๆ....ขอบคุณนะทงเฮแล้วอีกสองวันเจอกัน”
((โอเค...ทำตัวให้สวยๆไว้หล่ะแล้วอย่าให้สามีนายรู้ล่ะ ฉันโดนเฉ่งแน่))
“โอ้ยไม่ต้องห่วง... คุณคยูฮยอนเค้าไม่สนใจฉันหรอก ฉันรับรองได้แล้วเจอกัน” เมื่อวางสายจากทงเฮซองมินก็ยิ้มออกมาทันที...หึ ไม่ต้องพึ่งคนอย่างคุณ ฉันก็หาเงินเองได้เหมือนกัน...
“คุยกับใครน่ะ”
เฮ้ย!!!!..... มาตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะนั่น...แล้วจะได้ยินที่เราคุยกับทงเฮหรือเปล่าว่ะ ตายแน่ๆเลยเรา
“เน่!!....ถามว่าคุยกับใคร” คยูฮยอนย้ำถาม...คิ้วหนาขมวดฉับเมื่อเห็นอาการเลิ่กลั่กของอีกคน...ถามแค่นี่ไม่เห็นต้องตื่นกลัวขนาดนี่เลย
“อะ...เอ่อ ฉันคุยกับเพื่อนน่ะ...แล้วคุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ดาอีล่ะไปไหน” รีบเบี่ยงประเด็น...เพราะเขาไม่รู้จะตอบว่ายังไงต่อ…คยูฮยอนเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้ติดใจถามอะไร
“หลับอยู่บนห้อง..”พูดไปแต่ก็ยังคงจ้องตาคนที่คอยหลบหูหลบตาเขาอยู่ตลอดเวลา...จะว่าไปท่าทีของซองมินมันน่าสงสัยจริงๆนะ เฮ้อแต่ก็ช่างเถอะ
“งั้นหรอ...เอ่อ งะงั้นฉันไปหาไรกินก่อนนะ”ซองมินรีบพาตัวเองไปให้ไกหลจากคนช่างสงสัยให้มากที่สุด ขืนอยู่ตรงนี้ต่อไปมีหวังคยูฮยอนได้รู้ความจริงเรื่องที่เขาจะแอบไปทำงานแน่ๆเลย...ยังเดินไปไม่ทันพ้นรัศมีของคยูฮยอนดีเลยซองมินก็ถูกมือใหญ่ฉุดข้อศอกไว้ก่อนจะดึงเข้าไปหาจนคนตัวเล็กถึงกับทำหน้าไม่ถูก....อย่าซักกันต่อเลยนะขอร้อง...ฮือๆ
“คืนพรุ่งนี้นายต้องไปงานเลี้ยงบริษัทในเครือพันธมิตรกับฉันเพราะฉะนั้น....”ยื่นหน้าเข้าไปจนแทบจะชิดกับใบหน้าของอีกคน เผยรอยยิ้มร้ายที่ทำเอาอีกคนถึงกับเสียวสันหลังวาบ “ช่วยทำให้รอยแดงๆที่คอมันหายไปเร็วๆด้วย” พูดเสร็จก็ปล่อยให้เป็นอิสระก่อนจะเดินจากไปทิ้งให้อีกคนได้ยืนอ้าปากค้าง พูดไม่ออก ได้แต่อ้าปากพะงาบๆอยู่คนเดียว
.
.
.
คุณสามีที่เพิ่งจะแกล้งภรรยาสุดชังได้สมใจแล้วก็เดินอารมณ์ดีไปนั่งดูทีวีที่ห้องนั่งเล่น ทำเอาคนที่เพิ่งกลับมาจากชอปปิ้งอย่างคุณหญิงโจถึงกับต้องเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ไปอารมณ์ดีมาจากไหนน่ะเรา....แล้วพ่อของคิฮยอนเป็นไงบ้าง”
“พักอีกซักสองสามวันก็ไปทำงานได้แล้วล่ะครับ...แล้วทำไมวันนี้คุณแม่ถึงได้ซื้อของเสร็จเร็วจังหล่ะครับ” คยูฮยอนหัวเราะในลำคอก่อนจะตอบคำถามอย่างหลังออกไปและเปลี่ยนเรื่องแทน จะให้ตอบว่าอารมณ์ดีเพราะได้เห็นรอยแดงๆที่ทำไว้ตรงคอของซองมินน่ะหรอ หึ เห็นทีคงจะไม่เหมาะล่ะมั้ง
“รีบกลับมาแต่งตัวน่ะ คืนนี้แม่ต้องไปเป็นประธานเปิดงานประกวดเครื่องเพชร งานใหญ่อย่างนี้ต้องใช้เวลาแต่งสวยนานหน่อยน่ะ”
“ช่วงนี้คุณแม่ออกงานติดๆกันเลย....ห่วงสุขภาพตัวเองด้วยนะครับผมเป็นห่วง”
“จ้าๆ....แม่ไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอก แม่จะรอดูวันที่ลูกมีความสุขก่อนแม่ถึงจะหมดห่วง ตราบใดที่ยังมีเสนียดควานความสุขของลูกอยู่อย่างนี้แม่ยิ่งต้องแข็งแรงเพื่อสู้รบกับมัน”
“โถ่คุณแม่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ....เรื่องซองมินผมจัดการเองได้”คยูฮยอนส่ายหัวไปมา...
“แม่ก็หวังว่าลูกจะจัดการกับมันในเร็ววันนะ...แม่ไม่อยากอยู่ร่วมกับมันนานนัก เฮ้อแม่ไปเตรียมตัวก่อนดีกว่าเดี๋ยวจะสาย”
“ครับ” หลังจากที่คุณหญิงโจเดินผ่านไปแล้ว โจคยูฮยอนก็ครุ่นคิดเรื่องที่เพิ่งพูดกับแม่ของเขาเมื่อครู่ สีหน้าที่ขมวดมุ่นมันยากจะคาดเดาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
.
.
.
ทางด้านซองมินที่กำลังนั่งหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่หน้าข้าวผัดที่เขาทำกินเอง เมื่อนึกถึงคำพูดของคยูฮยอนเมื่อครู่....ฮึ่ย ไอ้บ้า อีตาบ้ากาม ก็เพราะใครกันเล่าที่ทำรอยน่ะ...ข้าวคำใหญ่ถูกยัดเข้าปากเล็กจนเต็มปาก ซองมินเคี้ยวงุ่มๆด้วยความหงุดหงิด
“พรุ่งนี้ต้องแต่งชุดราตรีผู้หญิงอ่าสิ...หวาน่าเกลียดชะมัดเลยเรา แล้วทำไมต้องมาพาเราไปด้วยเนี่ย” ซองมินทำหน้าแหยงๆเมื่อต้องนึกถึงเวลาตัวเองแต่งตัวเป็นผู้หญิง...
และแล้ววันที่ซองมินไม่อยากจะนึกถึงก็มาถึง งานเลี้ยงเปิดตัวสินค้าของบริษัทในเครือพันธมิตรของตระกูลโจ...ซองมินอยู่ในชุดกระโปรงยาวลากพื้นสีชมพูอ่อน ขับผิวสีขาวผ่องให้ดูเจิดจ้ามากยิ่งขึ้น วิกผมยาวสลวยที่สั่งทำพิเศษจากอังกฤษทำให้ดูเสมือนผมของเขาจริงๆ ใบหน้าที่แต่งโทนสีชมพูอ่อนๆ ยิ่งทำให้ดูเหมือนผู้หญิงไม่มีที่ติยิ่งนัก ช่างสมเงินที่คยูฮยอนเสียไปจริงๆเลย
ซองมินยืนปั้นหน้ายิ้มคอยทักทายนักธุรกิจคนรู้จักของคยูฮยอน แสร้งทำว่าเราสองคนเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามันต่อหน้าผู้คนมากมายแต่พอลับสายตาของคนอื่นๆโจคยูฮยอนก็เอาแต่มองไปทางคิฮยอนไม่วางตาจนซองมินอดจะหมันไส้ไม่ได้ เลยแกล้งควงแขนซบไหล่ต่อหน้าด้วยสะใจซะเลย
“นี่...ทำอะไรของนายไปยืนห่างๆเลยไป ไม่มีใครสนใจแล้ว” คยูฮยอนดึงมือซองมินออกจากแขนของตัวเองอย่างรำคาญ
“จะให้ฉันยืนห่างๆคุณได้ไงขืนหลงกันขึ้นมาจะทำไง ฉันไม่รู้จักใครเลยนะ” แกล้งออดอ้อนให้อีกคนอารมณ์เสียเล่นๆ...ฮึ ตาน่ะมองเข้าไปกลัวคิฮยอนมันโกรธมากหรือไงกัน เชอะ
“อี ซองมิน!!” คยูฮยอนกดเสียงต่ำพร้อมด้วยแววตาจริงจังส่งมาให้ทำเอาซองมินไม่กล้าที่จะเล่นต่อ
“อะไร”ตอบปากคว่ำ....
“จะไปไหนก็ไปฉันจะไปคุณกับเจ้าของงาน....อย่ายุ่งไม่เข้าเรื่องล่ะ” สั่งเสียงต่ำก่อนจะจ้องใบหน้าของภรรยาจอมวุ่นวายด้วยแววตาดุดัน...เชิงว่าถ้าไม่ทำตามนายเจอดีแน่ เมื่อเห็นว่าอีกคนยอมนิ่งแล้วจึงค่อยเดินไปร่วมกลุ่มแสดงความยินดีกับเจ้าของงาน
“เหอะ อยากไปหาคิฮยอนหล่ะสิไม่ว่า” ซองมินมองคยูฮยอนที่เดินไปรวมกลุ่มพูดคุยกับนักธุรกิจคนอื่นๆที่อยู่อีกฟากด้วยความหมันไส้....ดูสิยืนข้างกันอีกต่างหาก แววตาซองมินเป็นประกายด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นว่าคยูฮยอนแอบจับมือกับคิฮยอน แถมยังลอบมองตายิ้มให้กันอีกต่างหาก...
“ฮึ่ย!!” ซองมินสบทออกมาอย่างหมันไส้ในความรักของคนทั้งสองไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องทนดูภาพแบบนั้นไม่ได้เห็นแล้วมันน่าหงุดหงิดจริงๆ ซองมินเดินออกมานั่งสงบสติอารมณ์อยู่ที่เก้าอี้นวมภายนอกบริเวรห้องจัดเลี้ยง
เพราะอยู่นอกบริเวณของงานแล้วซองมินจึงไม่คิดว่าจะมีใครมาสนใจว่าตนจะเป็นใคร เขาขี้เกียจปั้นหน้ายิ้มทั้งที่มันไม่หน้ายิ้มเลยซักนิด ร่างเล็กถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย นี่เรามาทำอะไรที่นี่กันเนี่ย สู้อยู่บ้านคุยเล่นกับดาอีไม่ดีกว่าหรือ ถ้าลากเขามาแล้วเอามาทิ้งขว้างไม่สนใจแบบนี่จะพามาทำไมกัน....ไอ้คยูฮยอนบ้า คุณมันบ้าที่สุด ไอ้ผู้ชายเดาใจยากเอ้ย มันแต่นึกด่าคุณสามีอยู่ในใจเลยไม่ได้สนใจรอบข้างเลยว่าจะมีใครอยู่แถวนี้ไหม
“ทำไมคยูฮยอนถึงได้กล้าปล่อยภรรยาผู้น่ารักไว้คนเดียวอย่างนี้น้า ไม่กลัวใครจะมาลักพาตัวไปหรือไงกัน” เสียงชายที่ไหนไม่รู้ดังขึ้นข้างตัวทำเอาซองมินถึงกลับสะดุ้งโหยง ยืนขึ้นมองคนแปลกหน้าด้วยความตกใจ
“อ๊ะ!...คุณ...อะเอ่อ....คุณเป็นใคร” ทีแรกกะจะต่อว่าที่บังอาจยุ่งกับเขาในเวลาอารมณ์ไม่ดีแบบนี้....พอเห็นใบหน้าของชายหนุ่มยามวิกาลเข้าเต็มๆ ซองมินก็เสียงหายไปทันที แต่ก็ยังพอมีสติเตือนตัวเองว่าห้ามเรียกชื่อคนตรงหน้าออกไป เพราะตอนนี้เราเป็นซองมี ไม่ใช่ซองมิน
“ผม ชเว ซึงฮยอน ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณซองมี” ซึงฮยอนยื่นมือออกไปเพื่อทักทายหญิงสาวตรงหน้า.....ใบหน้าหล่อเหลายิ้มแย้มอย่างเป็นมิตร ทำเอาอีกคนถึงกับงงเป็นกระต่ายตาแตก....คุณซึงฮยอนรู้จักเราได้ยังไง
“ไม่ต้องตกใจถึงขนาดนั้นหรอกครับ ไอ้คยูฮยอนมันเป็นนักธุรกิจหนุ่มคู่แข่งกับผม มันก็ไม่แปลกอะไรถ้าผมจะรู้จักภรรยาของมันด้วย” ซึงฮยอนขยายความให้คนตรงหน้าเข้าใจมากยิ่งขึ้น
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” ซองมินพยักหน้าเข้าใจถึงจะไม่มากก็เหอะ...แต่ก็ยอมยื่นมือไปจับมือกับอีกคนเพื่อทักทายตามมารยาท...ในใจก็เต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะไปด้วย.....หวาอยู่กับสองต่อสองแบบนี้ซองมินหัวใจจะวาย จะว่าไปคุณซึงฮยอนนี่ดูดีจังเลย หล่อและก็ใจดีกว่าไอ้คุณคยูฮยอนนั่นตั้งเยอะ พวงแก้มใสเปล่งปลั่งระเรื่อขึ้น จนคนมองถึงกับนึกเอ็นดู
“ทำไมถึงได้มานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวหล่ะครับ เข้าไปในงานกันเถอะจวนจะได้เวลาเปิดแชมเปญแสดงความยินดีแล้วนะครับ” ซึงฮยอนก้มหน้าเข้ามาใกล้ๆคนที่เตี้ยกว่า ยิ้มให้กับความเขินอายของคนตรงหน้า
“คือผม...เอ้ย...ฉันไม่อยากเข้าไปเชิญคุณซึงฮยอนเถอะค่ะ ฉันว่าจะนั่งเล่นตรงนี้อีกสักพัก” หญิงสาวในชุดราตรีนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม ซองมินตอบด้วยสีหน้าเนือยๆเมื่อนึกว่าจะต้องเดินเข้าไปเจอคุณชายหน้าบึ้งคนนั้น สู้นั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวยังจะดีกว่า
“เอาอย่างนั้นหรือ...”ซึงฮยอนเลิกคิ้วมองอีกคนเล็กน้อยด้วยความแปลกใจก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นรอยยิ้มให้ รอยยิ้มที่ซองมินลงความเห็นว่าอบอุ่นที่สุดในโลก
“ถ้าอย่างนั้น...ผมจะนั่งเป็นเพื่อนคุณซองมีนะครับ” ว่าแล้วก็นั่งลงข้างๆอีกคน
“เอ๊ะ??...”
“ความจริงผมก็ไม่ค่อยอยากเข้าไปเท่าไหร่นักหรอก มันคงจะแย่ใช่มั้ยครับถ้าเห็นคนที่เรารักอยู่กับคนอื่นน่ะ”
“คุณหมายถึงคุณคยูฮยอนกับคุณคิฮยอนหรอ ฮะเอ้ยค่ะ” ซองมินถามด้วยความแปลกใจ...ทำไมคุณซึงฮยอนถึงได้กล้าเอาเรื่องนี้มาพูดกับเขา ทั้งที่รู้ว่าเขาเป็นภรรยาของคยูฮยอนแท้ๆ
“ผมรู้ว่าคุณรู้ คุณซองมิน”
“???????”
.
.
.
.
“หลงเดินตามใครไปแล้วน่ะ”
“มองหาใครอยู่หรอคยูฮยอน” คิฮยอนถามเมื่อเห็นอีกคนเอาแต่มองหาอะไรด้วยสีหน้าคร่ำเครียด
“ก็ซองมินน่ะสิ ไม่รู้หายไปไหนไม่ใช่ไปเผลอเดินตามใครเขาไปไหนล่ะ” คยูฮยอนตอบอย่างอามรณ์เสียด้วยความลืมตัว...เมื่อรู้สึกตัวว่าได้พูดอะไรไปต่อหน้าคิฮยอนฮยอนร่างสูงก็อึกอักจะแก้ตัวก็ไม่ทันแล้ว จึงได้แต่มองหน้าคิฮยอนที่มองมาทางเขาเช่นกันอย่างรู้สึกผิด
“ซองมินไม่เดินตามใครไปง่ายๆหรอก....เขาคงจะไปเข้าห้องน้ำมากกว่านะ ถ้าเป็นห่วงก็ลองไปดูที่ห้องน้ำสิ” น้ำเสียงที่ไม่ได้เคลือบแววประชดของคิฮยอนทำให้คยูฮยอนยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้น....
“ทำไมต้องไปตามด้วยผมไม่ได้เป็นห่วงซักหน่อย คนที่ผมห่วงน่ะคุณต่างหาก” ประโยคเอาใจของคยูฮยอนทำเอาคิฮยอนถึงกับส่ายหน้า....คยูฮยอนไม่จำเป็นต้องพูดเอาใจเขาถึงขนาดนั้นเลย เรื่องแค่นี้เขาไม่เอามาหึงให้ความรักของเราสั่นคลอนหรอกน่า
“เฮ้อ แต่ว่าไปตามหน่อยก็ดีนะ ใกล้เวลาเปิดแชมเปญแล้ว”
“ไม่ต้องหรอกเดินมาโน้นแล้ว” คยูฮยอนพยักเพยิดหน้าไปทางเข้างานที่มีร่างขาวในชุดกระโปรงยาวสีชมพูกำลังเดินเข้ามา แต่คิ้วคมขมวดฉับเมื่อมีร่างสูงของชายอีกคนเดินตามหลังเข้ามาขนาบข้างหญิงสาวแถมยังคุยกันซะเหมือนรู้จักกันมาแต่ชาติปางก่อน
ความไม่พอใจบวกความหงุดหงิดมันปะเดปะดังเข้ามาจนทำให้ขาวยาวๆ ก้าวเข้าไปหาสองคนนั้นอย่างรวดเร็วก่อนจับแขนเรียวกระชากเข้ามาหาตนอย่างแรง เสียงทุ้มถามรอดไรฟันด้วยความไม่พอใจ
“มานี่!!” ร่างสูงกึ่งลากกึ่งจูงคนตัวเล็กให้เดินตามมาโดยไม่สนว่าจะเสียมารยาทกับใครอีกคนมากแค่ไหน....
“อ๊ะ....ฉันเจ็บนะ” ซองมินร้องด้วยความตกใจที่มาพร้อมกับอาการเจ็บ หันไปมองคุณซึงฮยอนที่มองตนมาด้วยแววตาเรียบนิ่งแถมยังยิ้มให้อีกต่างหาก.....แค่เห็นรอยยิ้มซองมินก็เบาใจที่คุณซึงฮยอนไม่โกรธที่คยูฮยอนมาเสียมารยาทใส่แบบนี้
“นั่งลง” คยูฮยอนลากอีกคนมานั่งอยู่ตรงโต๊ะที่ทางประธานงานจัดไว้ให้ก่อนตัวเองจะนั่งลงข้างแถมด้วยอาการถลึงตาใส่ เชิงสั่งว่าถ้านายลุกขึ้นเจอดีแน่
“เป็นบ้าอะไรของนาย” ซองมินอย่างไม่พอใจแต่ก็ให้ยินกันแค่สองคน คยูฮยอนไม่ตอบอะไรเพราะคิฮยอนเดินมานั่งข้างๆพอดีหลังจากนั้นคยูฮยอนก็ให้ความสนใจกับคิฮยอนตลอดจนเจ้าของงานขึ้นปราศรัยแล้วเปิดแชมเปญฉลองความสำเร็จนั่นแหละ แล้วก็มาถึงเวลาออกไปเต้นรำกันที่ฟรอหน้าเวที
ซองมินได้แต่นั่งนั่งทำหน้าเบื่อเต็มทน ความจริงงานเลี้ยงในวันนี้มันก็สนุกดีอยู่หรอกนะ ดูผู้คนที่มาในงานก็ดูมีความสุข สนุกสนานกันดี บ้างก็ยืนพูดคุยกันอย่างออกรส บ้างก็นั่งจับกลุ่มคุยกันเรื่องส่วนตัว บ้างก็ออกไปเต้นรำอย่างอย่างสนุกสนานกันเป็นคู่ๆ คงจะมีแต่เขานั่นแหละที่เหมือนตัวอะไรก็ไม่รู้อยู่ในงาน ทางคยูฮยอนก็เอาแต่คุยกับคิฮยอนไม่สนใจเขาเลย แต่ก็มีหันมาจิกตาใส่บ้างเป็นบางครั้งบางคราว
อยากจะรู้จริงๆเลยว่าจะพาเขามาทำไม พามานั่งให้คุณถลึงตาทำหน้าเป็นตูดใส่แบบนี้น่ะหรือ....ซองมินที่นั่งเบื่อหน่ายอยู่คนเดียว ตากลมก็เหลือบไปเห็นร่างสูงที่มักจะทำให้เขาใจเต้นตลอดเวลากำลังเดินเข้ามาทางโต๊ะที่พวกนั่ง ดูเหมือนคยูฮยอนก็เห็นเช่นกันร่างสูงรีบยืดตัวนั่งตรงมองคนที่เดินยิ้มเข้ามาด้วยสายตาไม่ต้อนรับ....มันจะมาทำไม
“สวัสดีคิฮยอน....” ซึงฮยอนกล่าวทักทายหนุ่มหน้าสวยด้วยวาจาสุภาพจงใจละเลยที่จะมองคนที่นั่งทำท่าหวงก้างอยู่ข้างๆ
“หวัดดีซึงฮยอน...มีอะไรหรือเปล่า” คิฮยอนตอบไปแบบกล้าๆกลัว.....กลัวว่าคยูฮยอนจะระเบิดอะไรออกมากลางงานมากกว่าน่ะสิ
ซึงฮยอนเพียงแค่ยิ้มกับคำถามของคิฮยอน....ในใจมันปวดรวดร้าวไปหมด ปวดใจที่ถูกเมินยังไงฉันก็ไม่มีทางอยู่ในสายตาของนายได้ใช่มั้ย ดวงตาสีเข้มมองคยูฮยอนที่นั่งจับมืออยู่กับคิฮยอนไปมาเงียบๆก่อนจะเปลี่ยนความสนมาที่ร่างขาวจัดที่นั่งอยู่ด้วยอีกคน
“คุณซองมีจะว่าอะไรมั้ยถ้าผมจะชวนคุณมาเต้นรำด้วยกันซักเพลง” ซึงฮยอนจงใจพูดข้ามหัวคยูฮยอน แอบพึงพอใจเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าของอีกคน
“เอ่อ...ดะได้สิคะ” ซองมินด้วยด้วยความมึนงงไม่คิดว่าซึงฮยอนจะมาชวนเขาไปเต้นรำ คิดว่าจะเข้ามาคุยกับคิฮยอนเสียอีก แต่ก็ขอบคุณที่พาเขาออกจากบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี่เสียที เขาเดินไปกับซึงฮยอนโดยไม่สนใจคนที่เป็นสามีของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
เมื่อมาถึงฟรอเต้นรำซองมินก็เอาแต่ยืนงกๆเงิ่นๆเกาหัวแกรกๆ มองซึงฮยอนด้วยสีหน้าเจื่อนๆ
“เอ่อ....ซองมินเต้นรำไม่เป็น”
“เดี๋ยวผมจะสอนให้” ซึงฮยอนยิ้มให้กับความน่ารักของอีกคน เอ๊ะน่ารักอย่างนั้นหรอ....แต่ซองมินก็น่ารักจริงๆนั่นแหละ ซึงฮยอนจับมือข้างหนึ่งของซองมินมาเกาะไว้ที่บ่าของตัวเองก่อนจะจับมืออีกข้างตั้งขึ้นมืออีกข้างของซึงฮยอนรวบเอวเล็กไว้หลวมๆก่อนจะโยกตัวให้เข้ากับจังหวะเพลงเบาๆ มองดูแล้วสองคนนี้เหมือนคู่รักที่กำลังสวีทกันมากมาย ทั้งสองเอาแต่มองตากัน โดยลืมสนใจสายตารอบข้างไปเสียแล้ว
“ทีแรกผมคิดว่าคุณจะขอคุณคิฮยอนเต้นรำซะอีก” เสียงหวามถามขึ้นพอให้ได้ยินกันแค่สองคน
“ฮึ...ไอ้คยูฮยอนมันหวงซะขนาดนั้นผมไม่ยุ่งหรอก”
“ใช่หวงมาก...ขนาดผมเขายังไม่ให้ผมเข้าใกล้เลย” ซองมินพูดในเชิงตลก...เขาหัวเราะออกมาเบาๆกับคำพูดของตัวเอง
“เอ๋...อย่างนั้นหรอครับ” ซึงฮยอนเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ แต่ก็อดขำไม่ได้ซองมินนี่ยังอุตส่าห์เอาเรื่องที่ไม่น่าขำมาทำให้ขำได้อีกนะ
“เวลาคุณซองมินยิ้มดูน่ารักกว่าเวลาทำหน้าขรึมๆอีกนะครับ” ซึงฮยอนชมออกมาจากใจจริง เขาบอกตามตรงว่าเขาหลงรอยยิ้มของคนตรงหน้าเต็มๆ...ไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างคยูฮยอนจะไม่หวั่นไหวกับความน่ารักของคนตรงหน้าเขาซักนิดเลยหรือ
“คุณซึงฮยอนนี่ปากหวานจังเลยนะครับ” ซองมินก้มหน้าซ่อนความอายจนคางแทบติดอก....รู้มั้ยว่ายิ่งทำท่าทางแบบนี้แล้วมันยิ่งทำให้ซึงฮยอนหลงในความน่ารักมากยิ่งขึ้น และก็ทำให้ใครอีกคนอยากจะฆ่านายมากยิ่งขึ้นเช่นกัน
“ผมคงต้องกลับแล้ว ”
“ทำไมรีบล่ะ” คิฮยอนถามอย่างสงสัย จู่ๆก็อยากจะกลับซะอย่างนั้น
“เป็นห่วงดาอีน่ะ คุณแม่ก็ไม่อยู่บ้านด้วย”
“อย่างนั้นหรอ...งั้นพรุ่งนี้เจอกันที่บริษัทนะ”
“ครับ” พูดเสร็จร่างสูงก็ตรงหรี่เข้าไปหาคู่หนุ่มสาวที่กำลังเต้นรำกันอย่างมีความสุข
“ขอโทษนะ ภรรยาฉันต้องกลับแล้วล่ะ” คยูฮยอนดึงซองมินออกจากซึงฮยอน ก่อนจะมองหน้าคนที่มีความสูงไล่เลี่ยกันอย่างไม่พอใจ
“กลับดีๆนะครับคุณซองมี วันหลังไว้มาทานข้าวด้วยกันนะครับ” ซึงฮยอนกล่าวอำลาอย่างมีมรรยาทแต่ก็ไม่วายพูดให้คนเลือดร้อนอย่างคยูฮยอนได้บันดานโทสะเล่นๆอีกต่างหาก
“ไม่จำเป็น...ไปกลับได้แล้ว” คยูฮยอนเน้นเสียงหนักก่อนจะจูงแกมลากให้ร่างเล็กเดินตามมา
“อ๊ะ...อะไรของคุณเนี่ยเดินช้าๆได้มั้ย ” ซองมินได้แต่เซหลุนๆตามแรงอีกคนไป...มือก็พยายามแกะมือใหญ่ที่จับมือเขาแน่นเสียจนกระดูกแทบแตก
“นี่คุณฉันเจ็บนะ...” ซองมินบอกให้อีกคนรับรู้ว่ากำลังทำเขาเจ็บ แต่ดูเหมือนมันไม่ได้ช่วยอะไรเลยคยูฮยอนยังคงลากเขามายังรถคันหรูที่จอดรออยู่ที่ลานจอดรถ
“ขึ้นรถ”กระชากเสียงใส่จนซองมินสะดุ้ง ก่อนตัวเองจะเดินไปนั่งฝั่งคนขับ
ซองมินได้แต่มองตามอีกคนไปอย่างไม่เข้าใจ อะไรของเขาไปอารมณ์เสียที่ไหนมากันเนี่ย ร่างเล็กรีบก้าวขึ้นรถเมื่อเห็นสายตาคมตวัดมองเมื่อก้าวเข้ามานั่งในรถได้คยูฮยอนก็กระชากรถออกด้วยความเร็วสูงทำเอาซองมินแทบจะหัวใจวายตาย แต่ก็เงียบไว้ไม่อยากโวยวายอะไร เพราะคยูฮยอนตอนนี้ดูน่ากลัวเอามากๆขืนเขาพูดอะไรไปตอนนี้มีหวังคงได้เป็นศพแน่ๆ
เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดดด!!!
เมื่อมาถึงบ้านคยูฮยอนก็เหยีบเบรกซะหน้าแทบกระแทกกับกระจก
“โอ้ย...เบรกดีๆก็ได้เป็นบ้าไปแล้วหรือไงเนี่ย ฮึ่ย...” พูดออกไปอย่างเหลืออด....ร่างเล็กรีบปลดเบลล์แล้วลงจากรถรีบเดินแกมวิ่งขึ้นห้องให้เร็วที่สุด
“จะรีบไปไหนห๊ะ!!...” คยูฮยอนลงจากรถมาเมื่อไหร่ไม่รู้เขาวิ่งตามมาฉุดซองมินไว้ได้ทันก่อนที่จะทันได้เข้าห้องไป
“นี่คุณถามจริงเหอะ....เป็นบ้าอะไรไปอารมณ์เสียจากที่อื่นมาก็อย่ามาลงที่ฉัน ปล่อยฉันจะเข้าห้อง”
“อ๊ะ....บอกให้ปล่อยไง...ปล่อยนะ...นี่คุณ!! ปล่อยนะ” ซองมินพยายามดึงมือออกจากพันธนาการของอีกคนแต่มันก็ไม่เป็นผล...แถมยังถูกกระชากเขาไปกอดอีกต่างหาก ซองมินใจเต้นระคนกลัว สองมือได้แต่ดันอกแกร่งเพื่อรักษาระยะห่างเอาไว้ ถูกกอดแบบนี้มันน่ากลัว น่ากลัวจะเกิดเรื่องไม่ดีเหลือเกิน
“ทีไอ้ซึงฮยอนมันกอดไม่เห็นร้องให้มันปล่อยเลย....แถมยังยั่วเขาอีกต่างหาก อยากเป็นเมียมันมากนักหรือไง”
“มันจะดูถูกกันเกินไปแล้วนะ” ซองมินพูดด้วยความอารมณ์โกรธสุด เส้นความอดทนมันขาดผึ่ง มือเล็กยกขึ้นหมายจะฟาดลงไปที่ใบหน้าหล่อของคนตรงหน้า แต่คยูฮยอนก็ไวพอ มือใหญ่จับมือข้างที่จะประทุศร้ายตนไว้ก่อนจะบีบมันแน่นตามอารมณ์ที่มี
“คิดจะตบฉันหรอ....อย่างลองดีกับกับฉันนักหรือไง”
“คิดว่าฉันกลัวหรอ....” ซองมินยกมืออีกข้างเพื่อจะฟาดหน้าอีกคนแต่คยูฮยอนก็จับไว้ทันเหมือนเดิม ซองมินได้แต่หงุดหงิดร่างเล็กได้แต่สบัดมือไปมาเพื่อให้หลุดจากการกอบกุมของอีกคนแต่มันก็ม่าเป็นผมเลยซักนิด...นี่เราสู้เขาไม่ได้เลยหรือไง เราก็ผู้ชายเหมือนกันนะ ซองมินได้แต่หงุดหงิดตัวเองอยู่ในใจ
“นายมันอ่อนหัด อีซองมิน” คำพูดเยอะเย้ยพร้อมกับร้อยยิ้มที่ทำให้ซองมินหงุดหงิดหนักมากกว่าเดิม
คยูฮยอนดันร่างของซองมินเขามาในห้องนอนของซองมินเอง...
“อย่าเข้ามานะ....ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้” ซองมินผลักอกแกร่งของอีกคนแต่ก็เหมือนกับผลักกำแพง คยูฮยอนไม่ถอยออกแถมยังสาวเท้าเข้ามาใกล้เขาเรื่อยอีก...ซองมินหันรีหันขวางหาทางหนีแต่เขาก้าวหนีจนจะติดเตียงอยู่แล้ว
“ห้องของนายหรอ...ฮึ...น่าขำนะ ที่นี่ไม่มีอะไรเป็นของนายเลยด้วยซ้ำ” คยูฮยอนกระตุกยิ้มอย่างพอใจ เมื่อเห็นใบหน้าหวาดกลัวจากอีกคน นายมันก็เก่งได้แค่นี้แหละซองมิน คยูฮยอนก้าวเท้าเร็วเข้าไปหาร่างเล็กก่อนจะรวบตัวไว้แล้วดันให้นอนลงไปบนเตียงโดยมีร่างเขาทับไว้
“อ๊ะ...ปล่อยนะ คุณจะทำอะไรฉัน”
“อยากดูลีลานายหน่อย....น่าเสียดายที่วันนั้นฉันจำอะไรไม่ได้เลยงั้นวันนี้ขอทำใหม่แล้วกัน” คยูฮยอนตรึงแขนเล็กไว้กับที่นอน ก้มหน้าลงไปพูดใกล้ใบหน้าหวานพร้อมกับสายตาโลมเลียไปทั่วใบหน้า
“อ๊ะ ไม่อย่านะ...” ซองมินเบี่ยงหน้าหลบริมฝีปากของอีกคน แต่ก็ไม่พ้น...ปากหนากดจูบอย่างอุกอาจและหนักหน่วงไปทั่วพวงแก้มลามไล้มาถึงซอกคอขาวๆ
“ถ้าเป็นซึงฮยอนนายคงจะดีใจล่ะสิ แต่เสียใจด้วยนะที่เป็นฉัน” คยูฮยอนกระซิกกับซอกคอหอมหวานนั้นอย่างพอใจ ก่อนจะยืดตัวมากดจูปที่ปากอิ่มแทน
“อ๊ะ...คุณ อื้อออออ” ซองมินพยายามสะบัดหน้าหนีริมฝีปากที่กดจูบเขาอย่างจาบจ้วง ทั้งดูดทั้งกัดจนปากเขาแทบปริแตก...เจ็บ เจ็บเหลือเกิน
“อยู่นิ่งๆ...ซองมิน” คยูฮยอนละจากริมฝีปากอวบอิ่มอย่างอารมณ์เสีย เขากระชากเสียงสั่งคนที่เอาแต่นอนดิ้นขัดขึ้นไปมา
“อย่า อื้ออออ...” เสียงเล็กร้องด้วยความกลัว เมื่อถูกร่างใหญ่กดทับหนักกว่าเก่า....กลัวซองมินกลัว ร่างเล็กนอนตัวสั่น ปากก็ยังคงถูกอีกคนรุกรานอย่างต่อเนื่อง เจ็บเหลือเกินฟันคมขบกัดจนซองมินต้องเผยอปากขึ้น ให้ลิ้นใหญ่ได้แทรกเข้ามากวาดต้อนความหวานภายใน....ความจาบจ้วงเอาแต่ใจของคนบนร่างทำให้ซองมินทนไม่ไหวฟันซี่เล็กกัดลงไปที่ลิ้นใหญ่นั่นอย่างแรง
“โอ้ย....กัดฉันหรอ ดี ชอบรุนแรงใช่มั้ย”
“อ๊ะ....อย่าคุณคยู....”
......แคว้กกกก.........
ชุดราตรีราคาแพงถูกมือใหญ่กระชากทีเดียวก็ขาดออกเผยให้เห็นอกเนียนของคนใส่ มือใหญ่จัดการกับชุดชั้นในออกไปให้พ้นทางจนเหลือแต่หน้าอกขาวกระจ่างในสายตา
“อย่า...ฮึก ฮือ....อื้อ” ร้องด้วยความกลัวเมื่อคยูฮยอนก้มลงซุกไซร้ที่ซอกคอของเขาอีกครั้ง ซองมินตื่นกลัวจนตัวสั่นเมื่อปลายลิ้นที่ดุนดันมาถึงฐานคอ กระแสไฟฟ้าก็แล่นปราดเข้ามาจนขนลุก...
คยูฮยอนยังคงสนุกกับร่างกายของอีกคน มือใหญ่ลูบไล้บีบคลึงไปทั่วอกขาวพร้อมทั้งแหวกชุดราตรีที่ขาดวิ่นให้หลุดพ้นจากไหล่กลม ...ปากหนายังคงดูดดึงความหวานที่ซอกคอขาวพร้อมกับทำรอยแดงเป็นปื้น....
เสียงหวานที่ร้องห้ามปนเสียงครางหวานๆมันยิ่งทำให้อารมณ์ดิบของคยูฮยอนยิ่งครุกกรุ่น นานแล้วที่คยูฮยอนไม่ได้ปลดปล่อยอารมณ์ใคร่ตั้งแต่ตกลงคบกับคิฮยอน....เขาตั้งใจไว้ว่าจะไม่มีเซ็กส์กับใครอีก จะรักคิฮยอนคนเดียวและจะทะนุถนอมไว้จนเราแต่งงานกัน....คยูฮยอนลืมข้อนี้ไปเสียสนิท ตอนนี้เขาลืมแม้กระทั้งคิฮยอนคนที่บอกว่ารักที่สุด ตอนนี้ในหัวเขามีแต่อยากจะปลดปล่อยความใครที่มีอยู่เต็มเปี่ยม
มือใหญ่เลื่อนตะปบลงที่กลางเป้าก่อนจะบนคลึงผ่านเนื้อผ้าจนมันแข็งสู้มือ มือเล็กรีบหยุดมือที่พยายามปลุกอารมณ์เขาไว้
“อะ....อ๊าาา....อย่าตรงนั้น....ไม่” ซองมินร้องห้ามเสียงกระท่อนกระแท่น หอบหายใจอย่างหนักหน่วงเพราะอารมณ์ในกายที่ซองมินไม่เข้าใจว่าคืออะไร....และที่ไม่เข้าใจไปยิ่งกว่านั้นคือทำไมร่างกายของเขามันถึงได้ตอบสนองคนตรงหน้านัก....มันหน้าหงุดหงิดและหน้าอายจริงๆเลย ทั้งที่ร้องห้ามแต่กลับมีเสียงครางทุเรศออกไปด้วย
“ห้ามทำไมตรงนี้มันแข็งแล้วนะ ฮึๆ” คยูฮยอนกระตุกยิ้ม มองอีกคนด้วยสายตาเยอะเย้ย...ต้องการขนาดนี้แล้วยังจะห้ามอยู่อีก อีซองมิน นายนี่มันน่าสมเพศจริงๆ
“ไม่ อย่า....คุณคยูพอเถอะฮะ.....อ๊ะ อื้อออ” ซองมินวอนขอ แต่กลับถูกบีบเน้นตรงนั้นหนักหน่วงกว่าเดิม จนร่างกายบิดเร่าไปมาเพราะความเสียวซ่าน กำปั้นเล็กทุบลงไปที่ไหล่หนาสุดแรงแต่มันก็ไม่ทำให้คยูฮยอนสะท้านแม้แต่น้อย
กระโปรงเนื้อผ้าอย่างดีถูกมือใหญ่ถลกขึ้นจนถึงเอวเล็ก ก่อนจะจัดการกางเกงในตัวจิ๋วออกพ้นทาง เผยให้เห็นขาขาวเนียนกับส่วนที่ชูชันเพราะฝีมือการปลุกเร้าของเขาเอง
“คุณคยู....ฮึก” ร้องเรียกคนที่กำลังมองเขาด้วยสายตาโลมเลย ซองมินได้แต่บิดตัวไปมาเพราะอึดอัดและหวิวในอก ความรู้สึกนี้มันเป็นเพราะตรงนั้นซองมินไม่เข้าใจว่าทำไมมือเล็กกำลังจะเอื้อมไปจับมัน
คยูฮยอนถอดเสื้อสูททิ้งเหลือแต่เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ยังคงติดกระดุมเรียบร้อยอยู่ เขาปัดมือของซองมินทิ้งก่อนจะกดไหล่เล็กไว้กับที่นอน
“เรียกฉันทำไม.....อยากแล้วหรอฮึๆ” ก้มลงกระซิบเสียงต่ำข้างใบหูขาวขบกัดเบาๆให้อีกคนได้เสียวกระสัน
“ไม่ใช่นะ อ๊ะ อ๊าาา.....อย่า อ๊าาาาา” ซองมินเบี่ยงหน้าหนีไปอีกทาง แต่ก็ต้องร้องเสียงดังเมื่อมือใหญ่กำส่วนที่ซองมินรู้สึกอึดอัดรูดขึ้นรูดลงอย่างเร็ว ทั้งเสียวทั้งอายทั้งอึดอัดซองมินได้แต่หลับตาแน่น ไม่อยากมองใบหน้าที่คอยแต่เย้ยหยันเขาอยู่ในที มือเล็กจิกลงกับหมอนใบนิ่มกำจนยับยู่ยี่ไปหมด
“จะร้องอะไรนักหน้า....เคยแล้วไม่ใช่หรือไงห๊ะ...” มือที่คอยปลุกอารมณ์ของคนใต้ร่างหยุดเอาเสียดื้อ ทำให้ร่างที่นอนอยู่ถึงกับบิดกายเร่าๆเพราะอารมณ์ที่มันยังคั่งค้างอยู่ภายใน คยูฮยอนยกยิ้มกับปฏิกิริยาของอีกคน ก่อนจะลูบไล่ขาขาวเนียนบีบคลึงเล่นไปมาเรียกเสียงครางจากอีกคนได้เป็นอย่างดี.....ฮึนายนี่มันครางหวานจริงๆซองมิน
ขาเรียวถูกแยกออกร่างใหญ่แทรกตัวเข้าไปนั่งอยู่ตรงกลาง สองนิ้วเรียวยาวจัดการยัดเข้าไปในช่องทางคับแคบของอีกคน คยูฮยอนมองอาการกระตุกของอีกคนด้วยที่ทีไร้ความสงสาร
“ฮึก...ฮือ...อ๊ะ เจ็บ...คุณคยูผมเจ็บ” ซองมินร้องออกมาด้วยความเจ็บยันกายขึ้นนั่งใบหน้าขาวซีดมีเหงื่อเกาะพราวไปทั่วใบหน้า มือเล็กทุบลงไปที่อกแกร่งเผื่อให้หยุดทำร้ายเขาแต่คยูฮยอนจะหยุดหรือก็ไม่ยิ่งขยับนิ้วเข้าออกและเพิ่มจำนวนนิ้วเข้าไปอีก มือข้างที่ว่างก็ดันให้ร่างเล็กลงไปนอนอย่างเดิม อีกข้างก็ขยับเข้าออกอย่างหนักหน่วง
เมื่อเห็นว่าช่องทางนั้นเริ่มจะชิ้นแล้ว คยูฮยอนจัดการปลดซิปกางเกงออกแล้วล่นมันลงมากองที่เข่า จับส่วนนั้นบีบคลึงไปมาก่อนจะดันมันเข้าไปในช่องทางสีชมพูทีเดียวจนมิด
ซองมินเบิกตาโพล่ง ผวาขึ้นนั่งอยางรวดเร็ว ทั้งทุบทั้งจิกข่วนอกแกร่งของอีกคนให้ออกไปจากตัวแต่ก็ถูกอีกคนผลักให้ลงไปนอนเช่นเดิมมือใหญ่ตรึงไหล่เล็กเอาไว้กับที่นอนไม่ให้ลุกขึ้นมาขัดความสุขเขาได้อีก
“อืมมมมม อาาาาาา” คยูฮยอนครางเสียงต่ำกับความคับแคบของช่องทางร้อน มันยิ่งทำให้อารมณ์ในกายเพิ่มสูงขึ้น เขาเริ่มขยับกายเข้าออกอย่างช้าๆไม่สนใจเสียงร้องวอนขอของอีกคนเลย
“อ๊า........เจ็บบบบ.....ไม่ไหวแล้ว เอาออกไปที อื้อออ อ๊าาาาา” ซองมินได้แต่ร้องส่ายหัวไปมาด้วยความเจ็บ ....มันช่างทารุณกับซองมินเหลือเกิน พ่อฮะช่วยซองมินด้วย...เจ็บไม่ไหวแล้ว ฮึก ฮือ
“ห้ามทำไม ตรงนั้นของนายมันตอดรัดฉันอยู่นะ....อืมมมมม” คยูฮยอนกัดฟันพูด เพราะความเสียวซ่านที่ถูกตอดรัดจากช่องทางร้อน เขาเริ่งขยับเข้าออกเร็วขึ้นเมื่ออารมณ์ดิบในกายเริ่มพุ่งทะยานขึ้นสูง
ร่างเล็กสั่นไหวไปตามแรงกระแทก มือเล็กยกขึ้นจิกลงที่ไหล่แกร่ง ขาเรียวแยกกว้างขึ้นเพื่อลดความเจ็บปวดที่ถูกรุกรานอย่างรุนแรง เสียงร้องกระท่อนแท่นเมื่อถูกกระแทกเข้าอย่างแรกจนร่างกายสะเทือนไปทั้งร่าง
“อึก....อึก....อ๊ะ...อ๊าาาา.....เจ็บ อื้อออออ” ความเจ็บที่ถูกแทนที่ด้วยความเสียวซ่านไปได้ยังไงซองมินไม่รู้ แต่ซองมินไม่ต้องการความรู้สึกแบบนี้ น้ำตาเม็ดเล็กไหลออกมาไม่ขาดสาย ทำไมถึงได้รู้สึกเกลียดตัวเองแบบนี้ เกลียดร่างกายที่มันไม่ฟังเขาเลยสักนิด
“อาาา ดีมาก อืมมมม” ใบหน้าหล่อเชิดมองเพดาน ตาคมหรี่ปรือเพราะความสุขสมในอารมณ์ กายแกร่งกระแทกเข้าออกอย่างต่อเนื่อง ยิ่งช่องทางร้อนบีบรัดแน่นเท่าไหร่ ความเสียวกระสันก็เพิ่มขึ้นเท่านั้น เสียงเนื้อกายกระกันบวกกับเสียงคราวหวานของคนด้านใต้แล้วคยูฮยอนยิ่งฉุดอารมณ์ตัวเองไม่อยู่
“อึก...อ๊าาาาา.....อื้อออ”
“อืมร้องดังสิซองมิน อืมมม”
“ไม่...อาาา อึกก...” ร้องปฏิเสธกัดปากกลั้นเสียงครางอันน่าเกลียดแน่นจนรู้สึกถึงรสเค็มปร่าที่ปลายลิ้น ซองมินหันหน้าหนีไม่อยากจะมองใบหน้าของคนด้านบน ใบหน้าที่มีความสุขบนเรือนร่างของเขา
ร่างสูงเร่งจังหวะขึ้นเร็วและถี่หนักกว่าเดิม ความอึดอัดที่กดดันอยู่ที่ปลายทางมันทำให้คยูฮยอนไม่สนใจว่าร่างกายของอีกคนจะรับความรุนแรงนี้ได้มั้ย เขารู้แค่เพียงว่าต้องปลดปล่อยความอึดอัดที่มันคลั่งของภายใน
“อึก อ๊าาาา....” กระแทกเข้าไปจนร่างเล็กสะดุ้งแล้วถอนออกมามาจนร่างเล็กสั่นผวาก่อนจะกระแทกเข้าไปอีกแรงและเร็วไร้ความปราณี
“อึก...อ๊าาาา....ฮึก...อ๊า จะ เจ็บบ” ความรุนแรงที่ซองมินเกินจะรับได้ เสียงหวานร้องคราวด้วยความเจ็บปวดใบหน้าขาวซีดส่ายไปมา หัวใจเต้นระรัวเจ็บปวดจนรู้สึกเหมือนร่างกายมันแตกออกเป็นเสียงๆ ขาเรียวอ่อนแรงและล้าไปถึงสะโพก ร่างกายสั่นไหวขึ้นลงรุนแรงเพราะแรงกระแทกกายอีกอีกคน เจ็บ....เจ็บที่สุด
“อ๊า.....ดีซองมิน...อาาาา ร้องอีก อืมมม”
ฮึกไอ้คนเลว....ทั้งที่เขาเจ็บแทบตายแต่คุณกับร้องคราวด้วยใบหน้ามีความสุขอยู่เต็มเปี่ยม คุณมันเห็นแก่ตัว ไม่สนใจว่าเขาจะเจ็บเพราะการกระทำของตัวเอง คุณมันปีศาจชัดๆ
“อ๊ะ...อาาาาา” ความยังคงเพิ่มพูนขึ้นคยูฮยอนรู้สึกถึงสวรรค์ที่กำลังรอคอยอยู่ด้านหน้าเมื่อกระแทกกายข้าวของอีกสองสามครั้งพร้อมทั้งกระตุกเอาของเหลวขุ่นเข้าไปในช่องทางร้อนจนทะไหลย้อยออกมา ความสุขก็พร่างพรายเต็มหัว ร่างใหญ่ล้มทับร่างที่บอบช้ำไปทั้งร่างก่อนจะคลอเคลียจมูกกับปากบริเวณซอกคอขาวเนียน
“อื้อออ.....อย่า”ซองมินคิดว่ามันจบแล้ว เขาถดตัวหนีริมฝีปากของอีกคนแต่ก็หนีไปไหนไม่รอดเพราะถูกทับไว้ทั้งร่างแบบนี้บวกกับความใหญ่โตที่ยังค้างคาอยู่ในช่องทางของเขา ทั้งที่มุกอย่างจบไปแล้วแต่ทำไมเขายังรู้สึกอึกอัดตรงส่วนนั้นของเขาอยู่หล่ะ
เฮือกกกก
ซองมินผวาทันทีเมื่อจู่ๆคยูฮยอนก็ถอนตัวออก แล้วตะปบมือกำส่วนกึ่งกลางที่มันยังแข็งตัวอยู่ของเขารูดขึ้นรูดลงอย่างหนักหน่วงและเร็ว
“อ๊ะจะทำอะไร” ซองมินร้องถามด้วยความตกใจ จะทำอะไรอีก ยังไม่พอใจนายอีกหรือไง
“หึ ๆ ๆ ...” คยูฮยอนเพียงแค่หัวเราะในลำคอเบาๆ เขายังคงปลุกเร้าส่วนนั้นของอีกคนจนได้ยินเสียงครางอย่างทรมานของอีกคน
“อ๊าาาา....คุณคยูฮยอน....หยุดนะ...อ๊าาาา” ซองมินร้องห้ามแต่ร่างกายเขากลับบิดไปมาไม่ยอมปฏิเสธมือใหญ่นั้นเลย ปากสีสดอ้าพะงาบเรียกอากาศหายใจที่เหมือนจะถูกช่วงชิงไป หัวใจเต้นถี่เร็วความเสียวซ่านที่อยู่ตรงปลายมันคืออะไรกัน เกิดอะไรขึ้นกับเขา
“ฉันช่วนนายอยู่แท้ๆทำไมของคุณกันล่ะ”
“อ๊ะ....อ๊าาาา”ร่างกายกระตุกเกร็งเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมกับของเหลวที่ทะลักไหลเต็มฝ่ามือใหญ่ ความรู้สึกโล่งและพร่างพรายไปด้วยความสุขหลังจากที่ได้ปลดปล่อยมันทำให้ซองมินหมดแรงร่างกายอ่อนปวกเปียก ตาสวยหรี่ต่ำมองคนที่กำลังลุกขึ้นจัดแจงเสื้อผ้าที่แทบจะไม่ได้ถอดออกให้เข้าที่
“มองทำไม อยากอีกหรือ” คยูฮยอนพูดพร้อมกับกลั้วหัวเราะให้ซองมินได้ละอายใจในตัวเอง
คยูฮยอนมองสภาพของคนที่นอนอ่อนแรงอย่างพอใจ ร่างกายเขาเนียนที่มีรอยแดงเป็นจ้ำเต็มตัว ชุดราตรีราคาแพงที่ฉีกขาดเพราะฝีมือเขาเองถูกร่นมากองไว้ที่เอว ดูเหมือนซองมินจะรู้ตัว มือเล็กจับกระโปรงที่กองไว้ที่เอาลงมาปกปิดส่วนนั้นจนถึงเขา คยูฮยอนมองใบหน้าหวานที่กำลังด่าเขาทางสายตา
“จะอายอะไร....ฉันสัมผัสมันหมดแล้วหนิ” ร่างสูงกอดอกพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันเต็มที่ จะมาอายอะไร ร่างกายของนายฉันสัมผัสเนื้อแนบเนื้อมาทุกส่วนแล้ว
“นี่คุณ...โอ้ย” ซองมินลุกพรวดขึ้นหวังจะลุกไปทำร้ายรางกายของคนที่ยืนอยู่ที่ข้างเตียง แต่ก็ต้องทุรดลงนอนอย่างเดิมเมื่อความเจ็บแปลบมันเล่นเข้ามาจนร้าวไปทั้งสะโพก
“หึ....สังขารไม่ดีแล้วยังจะทำอวดเก่งอีกนะ....พรุ่งนี้ตื่นแต่เช้าแล้วไปทำงานกับฉัน”
“ไม่”
“ถ้าสายนายตายแน่ อีซองมิน” สั่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินเข้าห้องของตัวเองไปทางประตูเชื่อม
“ก็บอกว่าไม่ไปไง...ไอ้คนบ้า...” ซองมินได้แต่นอนหงุดหงิดอยู่กับที่ ทำไมต้องบังคับกันด้วย จะเอาเขาไปทำไม เอาไปนั่งดูคุณพลอดรักกับคุณคิฮยอนหรือไงกัน.....ฮึก...ฮือ
สุดท้ายก็เสียเปรียบเขาจนได้ทำไม ทั้งที่เป็นผู้ชายเหมือนกันทำไมเขาถึงสู้อะไรคยูฮยอนไม่ได้เลย ทำไมกันแค่ถูกจูบร่างกายมันก็อ่อนระทวยแล้ว ไม่เข้าใจจริง ไอ้ร่างกายบ้านี่ทำไมไม่ยอมฟังกันเลย
พ่อฮะซองมินจะทำยังไงดี ซองมินไม่อยากอยู่แล้ว ซองมินอยากหนี อยากจะหนีไปให้ไกลๆจากที่นี่ จากไอ้คนใจร้ายคนนี้ แต่ซองมินไปไม่ได้ ซองมินไม่รู้ทำไมว่าทำไมซองมินถึงไม่กล้าหนีไป...ซองมินมันบ้าไปแล้วใช่มั้ยฮะ ฮึก ฮือออออ
To Be Con
Bowmin FICs: InDex




ชั้นเกียจนาย!
กระต่ายช้ำหมด
สงสารซองมินจริงๆ
#1 By crazy--kyu (110.49.147.31) on 2009-09-24 00:17