[Fic]..Love Less..7

posted on 23 Sep 2009 15:27 by bowmin  in LoveLess

 

 

 

[Fic]@@....Love Less…@@
[Couple]...Kyu x Min…
[Writer]...Bowmin…

 

 

Love Less.........

 

ไร้รัก.....................

 


Part 7

 

ภายในห้องทำงานของผู้บริหารเต็มไปด้วยความเงียบกับความวังเวงและน่าอึดอัด มีเพียงสายลมหายใจของคนสองคนที่อยู่ภายให้ห้องเท่านั้น ซองมินนั่งอยู่บนโซฟาสีดำตากลมคอยเหลือบมองคนที่เอาแต่นั่งทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด....อยากกลับบ้านแล้ว ไม่รู้จะพาเขามาด้วยทำไม อยู่ที่บ้านกับดาอียังจะดีเสียกว่าต้องมานั่งหายใจทิ้งแบบนี้ ...ร่างเล็กขยับตัวเพื่อจะเปลี่ยนท่านั่งแต่ก็ต้องนิ่วหน้าเพราะอาการเจ็บแปลบที่สะโพกจนเผลอร้องออกมา

“อ๊ะ...อูยย” เจ็บชะมัดเลย เมื่อนึกถึงสาเหตุของอาการเจ็บซองมินก็ตวัดตามองค้อนไปยังคนที่ยังคงนั่งทำงานอยู่เงียบๆ...ที่ฉันเจ็บอยู่นี่ก็เพราะนายแท้ๆเลย สำนึกสักนิดก็ไม่มี

“เป็นอะไรของนาย...”คยูฮยอนที่เอาแต่นั่งจ้องเอกสารในมือ เงยหน้าขึ้นมองคนที่ทำเสียงดังขัดสมาธิการทำงานของเขาด้วยสายตาติติง

“ก็จะเจ็บ.....”ปากเล็กหุบฉับแทบไม่ทัน...ใบหน้าเล็กแดงระเรื่องเกือบเผลอพูดเรื่องน่าอายไปแล้วมั้ยล่ะ....ใครมันจะไปกล้าพูดว่าเจ็บก้นกับคนที่ทำให้มันเจ็บกันเล่า...

“เจ็บอะไร...หืมม” คยูฮยอนกระตุกยิ้ม..เมื่อคาดเดาจากท่าทางที่นั่งเก้ๆกังๆของอีกคนแล้วว่าเพราะอะไร เขาเปลี่ยนท่านั่งมาเป็นพิงเก้าอี้นุ่มหรูกอดอกมองอีกคนอย่างพอใจ....

......เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องอายเลยนี่...แสร้งทำไร้เดียงสาได้เนียนดีเหมือนกันนะอี ซองมิน.....

“ยิ้มอะไรของคุณ...โรคจิตหรือไง” ซองมินบอกกับอีกคนอย่างหมันไส้....ใบหน้าสวยแดงขึ้นถึงใบหู ยิ่งถูกจ้องนานๆเข้าก็พองลมใส่แก้มด้วยความขัดใจ....มองเขาเป็นตัวตลกไปได้ นี่เขาเจ็บจริงๆนะ

“มานี่สิ...”


ว่าไงนะ !!! ....ท่าทางพยักหน้าเรียกให้เขาไปหา ทำเหมือนกับผู้ใหญ่กำลังเรียกเด็กน้อยให้เขาหา....เหอะ เขาไม่ใช่เด็กๆนะ แล้วมันเรื่องอะไรที่ฉันจะต้องเสี่ยงเดินเข้าไปหาคนที่นั่งทำหน้าหื่นด้วยหล่ะ ขืนจับเขาปล้ำแบบเมื่อคืนขึ้นมาจะว่ายังไง.....หึ ยังไงเขาก็ไม่มีทางเจ็บตัวเป็นครั้งที่สองหรอกนะ

“นี่....จะทำอะไร กลับไปทำงานเลยนะ” ร่างเล็กร้องโวยวายเมื่อเห็นว่าร่างสูงกำลังเดินตรงเข้ามาหาตน เดินมาเฉยๆไม่ว่าแต่ดันเดินมาพร้อมใบหน้าเจ้าเล่ห์แบบนั้น....มันน่าขนลุก อย่าบอกนะว่าเกิดอารมณ์ขึ้นมาตอนนี้น่ะ...

“..............”

“เอ๊ะ คุณ.....อย่าเข้ามานะ”


อ๊ะ!!!


เป็นเพราะอาการเจ็บเคล็ดสะโพกกับกระโปรงยาวรุ่มร่างมันทำให้ซองมินหนีไม่ถนัด ร่างเล็กถูกพลังให้ล้มลงไปนอนบนโซฟาตัวเดิมตามทาบทับมาด้วยร่างสูงของอีกคน สองมือเล็กถูกมือใหญ่ตรึงไว้ข้างตัวไร้ซึ่งหนทางหนี ซองมินจึงทำได้แค่ตวัดตามองอีกคนกับท่าทางฮึดฮัดใส่เท่านั้น

“เจ็บตรงที่ฉันทำเมื่อคืนหรือ”

อะ....ไอ้บ้า...ใครให้คุณพูด ฮึ่ย

“รู้มั้ยว่าถ้าทำแล้วเจ็บ มันต้องซ้ำอีกซักรอบสองรอบมันถึงจะหาย”

ว่าไงนะ!!!

“เพราะฉะนั้น...ฉันจะช่วยนายที่นี่รอบนึง แล้วค่อยทำต่อที่บ้านอีกรอบ คราวนี้นายหายขาดแน่ๆ อี ซองมิน”

“ม่ายยย ยย...อย่านะ....อื้ออออออ” ร้องโวยวายไปได้ไม่เท่าไหร่ ปากเล็กก็ถูกปิดอย่างรวดเร็วจนเหลือแต่เสียงอื้ออึงในลำคอ 

คยูฮยอนดูดดึงเล็มเลียกลีบปากอิ่มของอีกคนอย่างกระหาย ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้อยากจูบให้ลึกกว่านี้ ฟันคมขบกัดกลีบปากนิ่มเบา เมื่ออีกคนเริ่มหายใจไม่ออกเผลออ้าปาก ลิ้นให้ก็แทรกเข้าไปในโพรงปากหวานนั้นทันที

ลิ้นชื้นไล่ต้อนลิ้นเล็กอย่างสนุก ริมฝีปากหนาปรับเปลี่ยนองศาควานหาความหวานจากปากของอีกคนจนทั่ว ยิ่งจูบกดลึกเท่าไหร่ก็ยิ่งหวาน ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร คยูฮยอนเพลินกับการหาคำตอบของความหานจากปากอีกคนจนลืมไปแล้วว่าเขาได้จูบช่วงชิงอากาศจากอีกคนมานานเท่าไหร่แล้ว มารู้สึกอีกทีก็เมื่อลมหายใจติดขัดกับแรงดิ้นของอีกคนนั่นแหละ


“อื้อออ...แฮ่ก ๆ....”ทันทีที่ปากเป็นอิสระ ซองมินก็รวบรวมอากาศทั้งหมดเข้าปอดอย่างเหนื่อยหอบ ไม่ลืมที่จะจ้องอีกคนด้วยสายตาคาดโทษอีกด้วย แต่ซองมินจะรู้ไหมว่าสายตาที่ซองมินคิดว่ามันคาดโทษนั้นมันกลับเป็นสายตาตาที่กำลังยั่วอีกคนตามหาก


ตากลมที่ปรือฉ่ำไปด้วยประกายของน้ำหล่อเลี้ยงจ้องมองมาพร้อมกับริมฝีปากสีสดเต็มอิ่มราวกับลูกเชอรี่เผยอขึ้นลง มันเรียกอารมณ์ดิบจากร่างกายของอีกคนเป็นอย่างดี

ร่างสูงกดสะโพกเบียดอีกคนมากขึ้น เขารู้สึกอยากขึ้นมาอย่างไม่รู้เหตุผม...ความจริงก็แค่อยากจะแกล้งอีกคนเท่านั้น แต่ตอนนี้กลับอยากเอาจริงขึ้นมาซะอย่างนั้น


“อย่า..อะ อื้อ” ยังไม่ทันที่จะได้อากาศเข้ามาเต็มปอด ซองมินก็ถูกอีกคนปิดกั้นอากาศหายใจอีกแล้ว เขาพยายามดิ้นหนี แต่ก็ไม่ผลในเมื่อเขาถูกทับทั้งตัวแบบนี้....

ไม่ขอร้อง อย่าทำ ได้โปรด ซองมินกลัว กลัวจะเจ็บเหมือนเมื่อคืนอีก....กลัวว่าจะรุนแรงป่าเถื่อนเหมือนที่ผ่านมา...ซองมินกลัวจนตัวสั่น เมื่อคยูฮยอนเริ่มไร้ริมฝีปากมาดูดดึงที่ลำคอขาว แรงดุนดันมันทำให้ซองมินยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่

มือใหญ่ที่บีบคลึงสะโพกนิ่มเต็มแรงยิ่งร่างด้านใต้สะดุ้งตามแรงบีบก็ยิ่งทะนงใจ บีบหนักขึ้น ตอนนี้คยูฮยอนไม่สนอะไรทั้งนั้น ไม่สนใจว่าที่นี้มันที่ไหน ไม่สนใจว่าเขาไม่ได้ล๊อคห้อง เขาสนใจเพียงแค่ร่างตรงหน้ากับอารมณ์ที่ต้องปลดปล่อยเท่านั้น

“อย่า...ฮึก กลัวแล้ว อื้อ” จู่ๆซองมินก็ร้องออกมาซะอย่างนั้น...ไม่รู้ทำไม แค่เพียงคยูฮยอนแทรงขาเข้ามากลางระหว่างขาของเขาความกลัวก็แล่นปราดจนเขาควบคุณไม่อยู่ คงเพราะเหตุการณ์รุนแรงเมื่อคืนมันทำให้ซองมินกลัว กลัวที่จะเจ็บเจียนตายแบบนั้นอีก

“ร้องบ้าอะไรของนาย ซองมิน” เสียงร้องไห้ของอีกคนทำเอาคยูฮยอนถึงกับอารมณ์เสีย...เป็นบ้าอะไรเมื่อกี้ยังดูมีอารมร์ด้วยอยู่เลย แล้วไงถึงมานั่งร้องไห้อย่างนี้

“ฮึกอย่าทำ...เจ็บจริงๆนะ ฮึก ฮือ” เสียงสะอื้นไห้ ร้องขออีกคนอย่างน่าสงสาร ซองมินไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงได้กลัวขนาดนี้ แต่ขอร้องเถอะ อย่าทำเลย

“บ้าเอ้ย...น่ารำคาญจริงๆหมดอารมณ์แล้วเว้ย” คยูฮยอนผละออกจากร่างที่สั่นเทาเพราะร้องไห้อย่างอารมณ์เสีย เขาเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานตามเดิม ก่อนจะมองคนที่นอนร้องไห้อย่างขัดใจ

“ฮึก...ฮือออ” ร่างเล็กนอนกอดตัวเองร้องได้จนตัวสั่น เมื่อได้ร้องมันก็ยิ่งร้องออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ...ไม่รู้ทำไม ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าร้องไห้เพราะอะไรกันแน่

ร้องเพราะกลัวเจ็บ หรือร้องเพราะกลัวจะเผลอใจไปกับอีกคนกันแน่

 


ติ๊ด...ติ๊ด.....

เสียงโทรศัพท์เครื่องจิ๋วของคยูฮยอนดังขึ้น ร่างสูงรีบรับมันทันที่เมื่อรู้ว่าปลายสายนั้นคือใคร

“คิฮยอน “

(( คยูฮยอน ออกมาหรือยัง))

“ออกไปไหนครับ” ถามด้วยความงง

(( อ้าว คยูฮยอนลืมไปแล้วหรอ วันนี้เรานัดทานข้าวกันที่Paradise))

“เอ่อ...ผมจะลืมได้ไง ผมกำลังไปแล้วล่ะแล้วเจอกันนะ” คยูฮยอนถอนหายใจด้วยความหนักใจ นี่เราลืมนัดคิฮยอนไปได้ยังไง ทั้งๆที่เป็นคนนัดเองแท้ๆ .... ความจริงคิฮยอนต้องไปทานข้าวแล้วคุณธุรกิจเป็นการส่วนตัวกับชเว ซึงฮุน พ่อของซึงฮยอน ซึ่งงานนี้ซึงฮยอนต้องไปด้วยแน่ๆ คยูฮยอนเลยต้องไปด้วย ขืนปล่อยคิฮยอนไปคนเดียวมีหวัง เสร็จซึงฮยอนมันแน่ๆ

เมื่อคิดได้ดังนั้น คยูฮยอนก็รีบลุกขึ้นเตรียมออกไปทันที แต่แล้วสายตาก็สะดุดกับร่างเล็กที่นอนขดอยู่บนโซฟา....เขากำลังคิดว่าจะพาไปด้วยดีไหม แต่พอหน้าของซึงฮยอนลอยเข้ามาในหัวคยูฮยอนก็ตัดสินใจได้ว่า ไม่ต้องพาไปดีที่สุด

...หึ อย่าหวังจะได้เจอกันเลย อี ซองมิน....ว่าแล้วร่างสูงก็เดินออกไปจากห้องทิ้งให้ร่างเล็กที่เขาเป็นคนลากมาไว้คนเดียงเพียงลำพัง.....

ที่ไม่พาไปด้วยเพราะความสะใจ หรือเพราะ หึงกันแน่ โจว คยูฮยอน

.
.
.


ซองมินเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกที คยูฮยอนก็ไม่อยู่ในห้องแล้ว ร่างเล็กลุกขึ้นมองหาจนทั่วห้องก็ไม่พบร่างสูงๆของคยูฮยอน.....ไปไหนนะ ระหว่างที่ซองมินกำลังหันซ้ายหันขวาอยู่นั้น คุณเลขาสุดสวยก็เดินเข้ามาพอดี

“หาคุณคยูฮยอนหรอคะ”

“เขาไปไหนหรอ” ซองมินถามเสียงเบา เขาไม่กล้าพูดเสียงดังมากนัก กลัวคุณเลขาจะจับน้ำเสียงของเขาได้ ว่าเขาเป็นผู้ชาย

“เห็นบอกว่าจะออกไปทานข้าวกับคุณคิฮยอนน่ะค่ะ...เอ่อ คุณซองมี อยากทานอะไรหรือเปล่าคะเดี๋ยวดิฉันโทรสั่งให้” ซูกาถามอย่างเป็นห่วง...นี่ก็เลยเวลาเที่ยงมาตั้งนานแล้วและเขาก็ยังไม่เห็นคุณซองมีทานอะไรตั้งแต่เช้าเลย...ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ทำไมคุณคยูฮยอนถึงละเลยภรรยาของตัวเองไปหาแฟนเก่า เอ้ย...เพื่อนรัก นะ แล้วไอ้ตาบวมๆนั่นมันอะไรกัน ร้องไห้อย่างนั้นหรือ

“ใม่เป็นไร... ค่ะ” ซองมินกระดากปากที่จะพูดคำว่าค่ะได้เต็มคำ ก็เขาไม่ใช่ผู้หญิงจริงๆซะหน่อยนี่ พอพูดคำนี้แล้วมันรู้สึกไม่ใช่ตัวเอง

“อย่างนั้น...ถ้าต้องการอะไรบอกดิฉันได้เลยนะคะ” ซูกายิ้มอย่างเป็นมิตร ก่อนจะเดินออกไปทำงานของตัวเองต่อ

เมื่อคุณเลขาเดินออกไปแล้ว ซองมินก็ลุกขึ้นยืนพลางบิดตัวไปมา ก่อนจะมองไปยังโต๊ะทำงานของคนที่ทิ้งเขาไว้ให้อยู่คนเดียว ร่างเล็กที่อยู่ในชุดกระโปรงยาวลุ่มล่าม เดินตรงไปที่โต๊ะทำงาน ดวงตากลมมองไปยังกรอบรูปที่เขาจำได้ดีว่ามีใครอยู่ในนั้น...

คิมคิฮยอน ...เหอะ นายก็ยังคงตั้งรูปนี้ไว้เป็นกำลังใจในการทำงานเหมือนเดิม ซองมินวางรูปลงที่เดิมอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหันตัวออกไปทางกระจกใส มองทิวทัศน์ที่อยู่นอกบานกระจกนั่น ก่อนรอยยิ้มจะผุดขึ้นจากเรียวปากสวยที่แต่งแต้มด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อน

หึ...นายอยากทิ้งฉันให้อยู่คนเดียวเองนะ โจว คยูฮยอน ในเมื่อไม่สนใจกันแล้วเพราะฉะนั้นฉันจะไปไหนก็ได้ใช่มั้ย...ซองมินหัวเราะอย่างพอใจอยู่คนเดียวก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปทางประตู

ไปเดินเล่นข้างนอกซักหน่อยดีกว่า....อยู่แต่ในบริษัทมันน่าเบื่อออก...


“คุณซองมี จะไปไหนหรอคะ” ซูกาที่กำลังก้มเช็คเอกสารอยู่ เมื่อเห็นร่างของหญิงสาวที่เป็นภรรยาของเจ้านายก็รีบโพล่งถามขึ้น

“ฉันจะออกไปเดินเล่นข้างนอกหน่อยน่ะ” ซองมินยิ้มให้อย่างอ่อนกำลังจะเดินต่อไปแต่ซูกาก็รีบท้วงไว้

“แต่คุณคยูฮยอนสั่งไว้ว่าให้คุณรออยู่ในห้องห้ามไปไหน” ซูกาบอกด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก...ขืนเขาปล่อยให้คุณซองมีออกไปข้างนอกมีหวังเขาอาจจะถูกไล่ออกก็เป็นได้

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันบอกเขาแล้ว” ซองมินบอกความเท็จออกไป ความจริงเขายังไม่ได้บอกหรอก ถ้าบอกก็ไม่ได้ไปไหนน่ะสิ ขอโทษคุณซูกาด้วยนะฮะที่ต้องโกหก...แต่ผมเบื่อที่จะอยู่เฉยๆแบบนี้

 

.
.
.


เมื่อร่างเล็กเดินมาถึงหน้าบริษัทก็หันซ้ายหันขวา....จะไปที่ไหนดี เอ๊ะ เขาจำได้ว่าเดินที่นั่งรถมาจะผ่านห้างห้างหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆกัน....ไปเดินห้างเล่นดีกว่า...ว่าแล้วซองมินที่อยู่ในคราบหญิงสาวก็สาวเท้าไปยังทิศทางที่เขาจำได้ ด้วยรอยยิ้ม....นานๆทีเขาจะได้ออกมาเดินเล่นคนเดียวแบบนี้...แถมยังหนีคยูฮยอนออกมาอีกต่างหาก เหอะ อยากรู้จริงๆถ้าหมอนั่นรู้ว่าเราหนีออกมาแบบนี้ จะทำหน้ายังไงนะ ...คงจะโมโหจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่ถูกขัดใจเป็นแน่...

 

ซองมินที่มัวแต่คิดลำพองในตัวเองอยู่นั้น...ไม่ได้รู้เลยว่ากำลังหาเรื่องใส่ตัวอยู่แท้ๆ

 

“เอ๊ะ?....ห้างนี้มัน” เมื่อเดินเข้ามาในห้างซองมินก็รู้สึกว่าที่นี่มันคุ้นๆ เหมือนเคยมาเดิน...แต่มาตอนไหนน้า....ร่างเล็กเดินผ่านร้านค้าแบรนด์ เนมไปเรื่อยๆ ยิ่งเดินก็รู้สึกยิ่งคุ้น...เราเคยมาเดินที่ตอนไหนน้า....อ้า จำได้แล้ว ซองมินหยุดอยู่หน้าร้านแบรนด์เนมร้านหนึ่ง ก็นึกขึ้นได้ เราเคยมาเดินที่นี้กับแม่ของโจคยูฮยอนนี่นา แล้วร้านนี้ก็คือร้านที่ทงเฮทำงานอยู่ ...ว่าแต่ทงเฮมาทำงานหรือเปล่านะ

ซองมินเดินเข้าไปในร้านทันที พนักงานในร้านเอ่ยทักทายด้วยวาจาสุภาพ ซองมินโปรยยิ้มให้พนักงานสาว แล้วทำท่าเลือกดูเสื้อผ้าที่แขวนโชว์ไว้ สายตาก็เหลือบมองหาเพื่อนของตนเอง.....และแล้วเขาก็เห็น...ทงเฮกำลังเอาเสื้อมาแขวนไว้ที่ราวแขวนโชว์ รอยยิ้มอย่างดีใจผุดขึ้น ซองมินรีบเดินเข้าไปหา

“ขอโทษนะคะ....คือดิฉันอยากดูเสื้อที่คุณถืออยู่”

“นี่ครับ....รุ่นใหม่เพิ่งแขวนเลยนะครับ...เฮ้ย...ซองมิน!!...ทำไมนาย” เมื่อเห็นว่าเป็นใครทงเฮก็ตกใจปนแปลกใจและก็อึ้ง....เกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนของเขากัน ทำอยู่ดีๆ ถึงได้ลุกขึ้นมาแต่งตัวเป็นผู้หญิงอย่างนี้

“แหมม ทงเฮ ฉันเป็นภรรยาของทายาทนักธุรกิจระดับประเทศเชียวนะ...ฉันไม่อยากให้คนเขานินทาว่าสามีฉันเป็นเกย์นี่ ก็เลยต้องปิดบังตัวเองแบบนี้” ซองมินพูดกลั้วขำ เหมือนไม่รู้สึกอะไรในสิ่งที่พูด แต่คนที่ฟังอยู่เนี่ยสิ ยังงงไม่หาย....

“จะงงอีกนานมั้ย...ทงเฮนายเลิกงานตอนไหน ฉันจะชวนนายไปบ้าน”

“ฉันไปได้หรอ”

“ไปได้สิ...เวลาว่างนายจะได้ไปหาฉันได้”

“ถ้างั้นนายรอฉันอีกชั่วโมงนะ....”

“โอเค”

 

 

 

 

หนึ่งชั่วโมงตามที่ให้รอ ทงเฮเดินแกมวิ่งมาหาซองมินที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

“ซองมินไปกันเถอะ....ฉันมีอะไรเซอร์ไพร์นายด้วย” ทงเฮฉุดแขนให้ซองมินเดินตามตนออกไปด้วยรอยยิ้มที่มีประกายความสุข...นานมากแล้วนี่นาที่เขาไม่ได้อยู่กับเพื่อนพร้อมหน้าแบบนี้...ยิ่งเป็นซองมินด้วยแล้วยิ่งเจอตัวยาก

“อะไรหรอทงเฮ” ซองมินถามด้วยความตื่นเต้น

“เถอะหน่า...ถึงหน้าห้างแล้วนายจะรู้” ทงเฮกระตุกคิ้วเจ้าเล่ห์ แล้วก็ลากเพื่อนตัวเล็กที่อยู่ในชุดกระโปรงให้เดินตามออก....

สาวน้อยตัวเล็กกับหนุ่มน้อยน่ารักเดินหัวเราะคิกคักหยอกล้อกันอย่างมีความสุขจนมาถึงหน้าห้างแล้วก็ยังคงพูดคุยกันไม่สนใจคนรอบข้างอยู่ดี....ทำให้คนที่มายืนรอก่อนหน้านี้เข้ามาทัก เพื่อให้สนใจรอบข้างบ้าง

“คุยอะไรกันครับคนสวยท่าทางจะสนุก...ผมคุยด้วยได้ไหมเอ่ย”

“ชานซอง” เมื่อเห็นว่าเป็นใคร ซองมินก็กระโดดเข้ากอดชายหนุ่มด้วยความดีใจ...นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้เจอ คิดถึงที่สุดเลย...น้ำตาแห่งความดีใจไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ จนทงเฮที่ยืนอยู่ใกล้ๆถึงกับน้ำตาปริ่มๆด้วยความดีใจเช่นกัน

“ซองมิน...ทำไมแต่งตัวแบบนี้หล่ะ”ถามคนที่ซุกหน้าร้องให้อยู่ที่อกของคน มือใหญ่ลูบหัวทุยนั่นอย่างรักใคร่...เพื่อนตัวเล็กของเขาคนนี้ก็ยังคงขี้แงเหมือนเดิมสิหน่า

“ฮึก คิดถึงนายจัง” ไม่ตอบคำถามของอีกคน....แค่ซองมินอยากจะบอกคำนี้กับคนนี้ในเวลานี้มากที่สุด

“ฮ่าๆ..” ชานซองแค่หัวเราะเอ็นดูคนขี้แงเท่านั้น

ชานซองกับซองมินเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทสนมกันมาตั้งแต่จำความได้ ชานซองมักจะตามใจ และเป็นที่พึ่งให้ซองมินได้ดีไม่ว่าเวลาที่ซองมินทุกข์ใจ หรือดีใจ ชานซองจะเป็นคนแรกที่ซองมินจะไปหา แต่พอพวกเราจบม.ปลายกันก็ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปหางานทำ เลยไม่ได้เจอกันอีกเลย

“นี่จะยืนกอดกันอีกนานมั้ย...เมื่อไหร่จะได้ไปซักทีหล่ะบ้านนายน่ะซองมิน” ทงเฮแซว เพราะเห็นท่าทั้งคู่คงจะกอดกันยาวแน่ๆ คนเริ่มมองกันใหญ่แล้ว ยิ่งตอนนี้ซองมินแต่งตัวเป็นผู้หญิงด้วย...มันจะดูไม่งามเอา

“อ่า...ขอโทษที ชานซองวันนี้ไปบ้านซองมินนะ วันหลังว่างๆจะไปไปหาซองมินถูก” ซองมินพูดเชิงอ้อน ปกติเขาก็มักจะพูดกับชานซองแบบนี้อยู่แล้ว...

“แหมม...เจอพ่อเข้าหน่อยอ้อนใหญ่เชียว” ทงเฮแบบจิกเพื่อนเล็กน้อย เขามักจะเรียกสองคนนี้ว่าเป็นพ่อลูกกัน คนนึงก็อ้อนเอาๆอีกคนก็ตามใจเอาๆ เหมือนพ่อลูกกันไม่มีผิดเลย”

“ทงเฮอ่า” คนถูกว่า ทำแก้มป่องปากยื่น...น่ารักซะไม่มี

“ฮ่าๆ...เราไปกันเถอะ ซองมิน ทงเฮ”

“อื้อ...ตามซองมินมาเลย”

 

.
.
.

 


ทางด้านคยูฮยอน พอกลับมาจากทานข้าวกับคิฮยอนไม่เจอซองมินรออยู่ในห้องทำงานก็เกิดอารมณ์เสียทันที...ถามเลขาก็ได้คำตอบว่า...

“คุณซองมินเธอบอกว่าจะไปเดินเล่น เห็นบอกว่าบอกคุณคยูฮยอนแล้วไม่ใช่หรือคะ...” หึ โกหกเก่งจริงๆเลยนะ ฉันไม่หน้าไว้ใจให้นายอยู่คนเดียวเลย แล้วนี่หนีไปหาผู้ชายที่ไหนอีก....ร่างสูงยกโทรศัพท์มือถือโทรออกหาเบอร์ของซองมิน ก็ปรากฏว่าโทรศัพท์ซองมินหล่นอยู่บนโซฟา

“นายท้าทายฉันอีกแล้วนะอี ซองมิน คนอย่างนายทำยังไงถึงจะหลาบจำกัน” มือใหญ่กำโทรศัพท์ราคาแพงของตนแน่น แรงบีบมันแทบจะทำให้โทรศัพท์แหลกคามือ


......รู้อย่างนี้เมื่อตอนกลางวันน่าจะทำให้ลุกไปร่านที่ไหนไม่ได้....

 

“คุณคยูฮยอนคะ....ได้เวลาประชุมแล้วค่ะ”

“อืม” คยูฮยอนต้องกดอารมณ์ร้อนรุ่มภายในไว้ ทั้งที่อยากจะกลับไปเล่นงานตัวดีที่บ้านเต็มแก่ แต่ด้วยภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เขาจึงต้องอดทนไว้รอให้ถึงเวลาเมื่อไหร่ นายไม่รอดแน่ อีซองมิน!!


ผ่านไปชั่วโมงเกือบสองชั่วโมง กว่าจะประชุมงานกันเสร็จเล่นเอาคยูฮยอนเกือบอกแตกตายเพราะอยากกลับบ้าน เมื่อปิดการประชุมคยูฮยอนก็ตรงดิ่งกลับบ้านทันทีไม่รอตอบคำถามหรือข้อสงสัยของใครทั้งนั้น


“ขับรถให้เร็วกว่านี้ได้มั้ย” คยูฮยอนสั่งคนขับรถประจำตัวด้วยความหงุดหงิด ทำไมอะไรๆมันดูจะช้าไปซะทุกอย่างกัน ดวงตาคมหลุบมองเวลาที่ข้อมือเป็นระยะถี่ๆ ดูแล้วก็จิ๊จ๊ะด้วยอารมณ์หงุดหงิด

ก่อนจะกลับบ้านเขาโทรไปถามคุณแม่บ้านถึงซองมิน แต่ได้รับรายงานข่าวมาว่า ซองมินพาเพื่อนมาบ้านสองคน ตอนนี้กำลังอาหารกันอยู่ ได้ยินเท่านี้อารมณ์โกรธมันก็พุ่งขึ้นทันที เขาอยากจะกลับไปให้เร็วที่สุด กล้าดียังไงถึงได้กล้าเอาพวกต่ำๆเข้ามาในบ้าน อีซองมินนายคิดว่านายเป็นใคร....เจ้าของบ้านงั้นหรือ....


.
.
.

 

ทางด้านซองมินก็กำลังทานอาหารกันอย่างสนุกสนาน ทั้งสามคนกำลังหัวเหราะในความน่ารักน่าเอ็นดูของดาอี เด็กน้อยที่เล่าเรื่องตลกๆของคุณน้าสุดที่รักให้อีกสามชีวิตฟัง

“น้าคยูฮยอนของดาอี ขี้หวงมากๆเลยดาอีขอพี่ตุ๊กตาไปอยู่ด้วยก็ไม่ให้ ขี้หวงสุดๆเลย”

“ฮ่าๆ...ดาอี ก็พี่ตุ๊กตาเขาเป็นภรรยานี่นา” ทงเฮหัวเราะกับคำพูดที่ใสซื่อของเด็กน้อย พลางหันไปทำหน้าล้อเลียนเพื่อนตัวเล็กที่นั่งพองลมอย่างเอ็นดู...อีซองมินของเขาหน้ารักขนาดนี้เป็นใครก็หวง

“ทงเฮอ่า อย่าทำให้เด็กเข้าใจผิดนะ” ซองมินหน้าง้ำ ปากยื่นแก้มป่อง ดูเหมือนจะโกรธที่เพื่อนพูดแบบนั้นกับเด็กหรืออายกันแน่ก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ อาการแบบนั้นของอีซองมินทำให้ผู้อีกสองคนกับเด็กอีกหนึ่งคนถึงกับหัวเราะออกมาเพราะความน่ารัก

“พี่ตุ๊กตาเวลาเขินน่ารักจังเลยนะฮะ พี่ทงเฮ”

“นั่นสิเนอะ...ท่าทางจะเขินมากซะด้วย ดูสิดาอี หน้าแดงใหญ่แล้ว”

“ทงเฮอ่า...พอแล้วพอเลย...กลับบ้านกันได้แล้ว เดี๋ยวเดินไปส่ง” จู่ๆคนที่ถูกล้อ ก็ลุกขึ้นพรวดตัดบทสนทนาอย่างฉับพลัน พลางดึงตัวเพื่อนอีกสองหน่อที่นั่งขำกลิ้งกับเรื่องของเขาให้ลุกขึ้นตาม....ตอนแรกอยากให้เพื่อนมาอยู่ที่บ้านนานๆ แต่ตอนนี้กลับอยากให้กลับเร็วๆเสียได้

ทงเฮกับชานมองหน้ากันอย่างรู้ทัน เพราะเพื่อนตัวเล็กอายเด็กต่างหากถึงไม่อยากให้เขาอยู่นานน่ะ ฮึ น่ารักจริงๆเลยนะอีซองมิน

ทันทีทีซองมินดันเพื่อนทั้งสองจนมาถึงรั้วบ้านประจวบกับรถคันหรูประจำตัวของคยูฮยอนเลี้ยวเข้ามาพอดี ซองมินแอบมองพร้องกับแบะปากอย่างหมันไส้ เหอะไม่รู้จะรีบกลับมาทำไมไม่เฝ้าแฟนสุดที่รักต่อหรือไง

“ซองมิน....”

“อะ...อะไร”

“มองรถสามีตาไม่กระพริบเลยนะ” ทงเฮแซวคนตัวเล็กที่ยังคงทำหน้างงกระพริบตาปริบๆเหมือนกำลังประมวลผลคำพูดของอีกคน  พอเริ่มเข้าใจก็รีบแก้ตัวใหญ่

“เปล่ามองซะหน่อย นายน่ะมั่วแล้วทงเฮ ชานซองพาทงเฮกลับบ้านไปเลย แล้วไม่ต้องพามาอีกนะ ซองมินให้ชานซองมาได้แค่คนเดียวแล้ว” ว่าแล้วก็เดินไปเกาะแขนชายหนุ่มที่ยืนยิ้มมองคนทั้งสองทะเลาะกันอย่างออดอ้อน เหมือนแมวกำลังอ้อนเอาใจเจ้าของ

“อ่าวอะไรกัน ซองมินลำเอียง”

“ก็ทง....”

“พอๆ ไม่ได้กลับกันพอดี เอาเป็นว่าคราวหน้าเรานัดเจอกันข้างนอกดีกว่าโอเคมั้ย” คนที่ดูจะเป็นผู้ใหญ่ที่สุดตัดสินให้เพราะเขาเล็งเห็นว่าทั้งสองเริ่มจะเถียงกันยาวขึ้นถ้าไม่รีบขัดคงจะถึงเช้าพรุ่งนี้แหละมั้งถึงจะได้กลับบ้านกันน่ะ

“ชานซองอ่า ซองมินอยากให้ชานซองมาที่บ้านนี่นา”

“แล้วฉันอ่ะ”

“ไม่ให้มา” เชิดหน้าใส่ ทำเป็นงอนแต่ท่าทางมันไม่ใช่เลยซักนิด ทงเฮรู้ดีว่าซองมินไม่ได้พูดจริง เพราะซองมินกับเขามักจะเถียงกันแบบนี้บ่อยๆเหตุผลก็แค่สนุกเท่านั้น

“เสียใจจะมาซะอย่าง....ไปกันเหอะชานซองฉันไม่อยากได้ยินผู้ใหญ่ที่ไม่รู้จักโตงอแง” พูดเสร็จก็รีบถึงเพื่อนหน้าหล่อที่ซองมินกอดแขนไว้ให้วิ่งตามไป

“ทงเฮ!!” ซองมินตะโกนไล่หลังเพื่อนตัวเล็กจอมแสบอย่างขัดใจ ทงเฮมักจะกวนประสาทเขาเสมอสิน่า ดวงตากลมมองเพื่อนรักสองคนเดินจากไปเรื่อยๆอย่างมีความสุข เขาไม่ได้ยิ้มอย่างเป็นตัวของตัวเองมานานแค่ไหนแล้วนะหนึ่งเดือน สองเดือนหรือตั้งแต่ที่เขาเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้กันแน่....

ซองมินส่ายหัวกับความคิดชวนน้ำตาไหลนี้ก่อนจะเดินเข้าบ้าน...ร่างเล็กกลับหลังหันก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อคนที่คิดว่าจะเดินเข้าบ้านไปนานแล้ว มายืนอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แถมยังมาตีหน้ายักษ์ใส่อีกต่างหาก....ตอนนี้ซองมินกำลังมีความสุข ไม่อยากจะมีเรื่องกับใคร

ร่างเล็กเดินเลี่ยงคนที่เอาแต่ยืนจ้องเขาอย่างกับจะกินเลือดไปทางอื่น แต่ยังเดินไปไม่ทันพ้นร่างของอีกคนแขนเล็กก็ถูกกระชากแล้วลากให้กลับไปยืนเผชิญหน้าอย่างเดิม

“จะไปไหน”ถามเสียงต่ำอย่างไม่พอใจที่อีกคนคนทำเหมือนมองไม่เห็นเขา

“เข้าบ้านน่ะสิถามได้..เอ๊ะ เจ็บนะ!!” ซองมินตะวาดอีกคนที่บีบต้นแขนเข้าอย่างแรง ตากลมจ้องมองดวงตาคมกล้าของอีกคนด้วยความเกรงกลัวเล็กน้อย พยายามเชิดหน้าสู้เข้าไว้...เพราะเขารู้ว่ายิ่งทำตัวอ่อนแออีกคนก็จะยิ่งพึงพอใจมากขึ้น

“เก่งนักหรอ เก่งนักใช่มั้ยที่กล้าท้าทายฉัน” คยูฮยอนเขย่าร่างของซองมินสั่นคลอน เสียงรอดไรฟันมันดูน่ากลัวเสียจนซองมินเริ่มใจเสีย

“เก่งอะไร...ฉันไปท้าทายอะไรคุณ..” ถึงในใจจะกลัวแต่ซองมินก็พยายามเก็บความรู้สึกนั้นไว้ เขาเชิดหน้าถามอีกคนแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าอีกคนพูดถึงเรื่องอะไร

“ใครสั่งให้กลับมาก่อน”

“ก็ฉันเบื่อนี่....ไม่มีอะไรทำก็เลยกลับก่อน” ตอบไปก็พยายามแกะคีมเหล็กที่บีบอยู่ที่ต้นแขนของเขาจนร้าวไปทั้งกระดูก

“หึอยากจะพาผู้ชายมาเที่ยวมากกว่าล่ะสิไม่ว่า...แล้วคิดว่านี่บ้านใคร บ้านนายงั้นหรออีซองมิน นายเป็นใครห๊ะ...” คยูฮยอนกระตุกมุมปาก ถ้อนคำดูถูกส่งมาให้ ทำเอาซองมินถึงกับหน้าตึง....คิดว่าเขาเป็นที่ร่านผู้ชายจนตัวสั่นขนาดนั้นเลยหรือ...

“ก็ไม่คิดว่าเป็นบ้านฉันหรอก แต่ก็แค่อยากพา ผู้ชาย มาคุยเลยด้วยให้กระชุ่มกระชวยเท่านั้นเอง” ซองมินพูดประชดใส่ตามอารมณ์ขุ่นเคือง...เขามันร่าน เขามันบ้าผู้ชายนักนี่ พูดแบบนี้มันคงจะสะใจคุณแล้วใช่มั้ย

“อีซองมิน!!!”

อี ซองมินไม่รู้เลย เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาพูดออกไปมันไปสะกิดต่อมโมโหของคยูฮยอนอย่างรุนแรง เขาไม่รู้ว่าอนาคตต่อจากนี้เขาจะถูกอีกคนทำโทษอย่างไร.....คยูฮยอนโมโห โมโหมากที่ถูกอีกคนประชดใส่แบบนั้น ซองมินพูดแบบนี้เท่ากับเป็นการแสดงความไม่เกรงกลัวและท้าทายเขาอย่างที่สุด ดีนายจะได้รู้ว่าการที่กล้ากับฉันมันจะเป็นยังไง

คยูฮยอนกระชากร่างเล็กที่เชิดหน้าอวดดีท้าทายสายตาของเขาเข้ามาอย่างแรงจนร่างนิ่มกระแทกกับอกอย่างแรง

ปี๊น ปี๊น....

“ทำอะไรกันน่ะ”

แต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไร เสียงแตร์รถมารหัวขนก็ดังขึ้น ทำให้คยูฮยอนหยุดการกระทำทุกอย่างไว้แล้วเมื่อเห็นว่าคนที่เข้ามาขัดจังหวะเขานั้นเป็นคุณแม่ของเขาเอง คยูฮยอนจึงรีบปล่อยอีกคนอย่างแรงจนร่างเล็กเซถอยไปแทบจะล้ม คยูฮยอนจะสนใจหรือก็ไม่ ร่างสูงเดินหันหลังกลับเข้าบ้านไปอย่างหัวเสีย ทิ้งให้ซองมินมองด้วยความไม่เข้าใจและโล่งใจที่เขาไม่ถูกอีกคนข่มขืนอยู่หน้าบ้าน

“หน้าไม่อายมายั่วลูกฉันถึงหน้าบ้านเลยหรือ...แต่ขอโทษนะลูกฉันไม่สนใจคนชั้นต่ำอย่างนายหรอกนะ...” พูดถูกถูกจนพอใจแล้วคุณหญิงโจก็กลับขึ้นรถคันงาม ขับแล่นผ่านหน้าคนที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงไปจอดหน้าบ้านแล้วเดินเข้าบ้านไปอย่างสบายอารมณ์
 
“...............” คำดูถูกนัยน้ำเสียงเยาะเย้ยมันทำให้คนฟังถึงกับเจ็บ....คนชั้นตำอย่างนั้นหรือ...คุณเอาอะไรมาวันกันว่าใครต่ำใครสูง ผมว่าคนที่ไม่มีความเมตตา ในหัวคิดถึงแต่เรื่องอักกุศลอย่างพวกคุณนั่นแหละมันพวกชั้นต่ำชัดๆ....ร่างเล็กเอาแต่ยืนกัดฟันกลั้นน้ำตาไว้ ทนสิซองมินนายต้องทน....เพื่อพ่อของนายนะ อี ซองมิน

TO BE CON

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชานซองมาเป็นเพื่อนมินมิน

ชอบเวลามินคุยกะชานซองนะ

น่ารักดีอ่ะ

แต่


ใครก็ได้

เอาอิคยูไปเก็บทีได้มั๊ยย

หมั่นไส้จริงๆ


#1 By crazy--kyu (110.49.147.31) on 2009-09-24 00:19

รักคู่นี้มากเลยนะ ^-^ คยูอย่ารุนแรงมากนะเดี๋ยวมินเจ็บ

#2 By hyukjae-nuch (58.97.43.166) on 2009-09-29 09:59

คยูฮยอน!!!

ชั้นละเกลียดแกจริงๆเลย

อ่อนโยนกับซองมินซะบ้างสิ

#3 By minity (125.26.120.174) on 2009-10-01 21:08

หนูมินสู้ๆนะ!

#4 By fay (124.122.189.158) on 2009-10-04 14:11

#5 By N2ON (125.26.80.246) on 2009-10-31 23:33