[Fic]..Love Less..11
posted on 20 Dec 2009 22:52 by bowmin in LoveLessฝากโหวตฟิคเรื่องนี้ด้วยนะ
[Fic]@@....Love Less…@@
[Couple]...Kyu x Min…
[Writer]...Bowmin…
Love Less.........
ไร้รัก.....................
Part 11
เฮ้อ มาตกอะไรตอนนี่เนี่ย ร่างขาวจัดที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้โดยมีหลังคาสังกะสีเป็นกำบังฝนให้ ลมหายใจระบายออกมาอย่างสุดเซ็ง หลังจากที่ไปเดินเที่ยวเล่นในตลาดนักท่องเที่ยวมา คุณซึงฮยอนก็พามาส่งที่บ้านพักแต่ซองมินยังไม่อยากกลับ เลยเดินเล่นมาเรื่อยๆจนมานั่งพักอยู่ที่นี่ก่อน ตอนแรกว่าจะกลับแล้วแหละเพราะเห็นว่าดึกแล้ว แต่พอนึกถึงใบหน้าของคยูฮยอนมันก็ไม่อยากกลับไปซะเฉยๆ เพราะกลัวงั้นหรอ อันนี้ซองมินก็ให้คำตอบไม่ได้ เลยจะรอให้หลับกันก่อนแล้วค่อยกลับ แต่ฝนมันดันมาตกก่อนนี่สิ เฮ้อ ช่างเลือกเวลาตกได้ดีเสียจริงๆ อยากให้เขานอนที่นี่หรือไงกัน
“หนาว จังแฮะ” ซองมินชันเข่าขึ้น สองแขนโอบกอดเข่าแน่นพยายามขดตัวให้ร่างกายเบียดเข้าหากันมากที่สุด อุ่นขึ้นมานิดเดียวเอง ถ้าฝนไม่หยุดตกง่ายๆเห็นทีคืนนี้เขาต้องได้หนาวตายแน่ๆเลย ใบหน้าหวานขาวซีดเพราะอากาศเย็นจัดซุกลงกับเข่า ง่วงจัง หลับตอนนี้จะเป็นอะไรมั้ย
ตากลมหลับลงหูก็คอยฟังเสียงน้ำฝนที่ตกโปรยปลายลงมา เสียงมันไม่ได้เบาลงเลยซักนิด แล้วเขาจะได้กลับบ้านตอนไหนกัน ซองมินนั่งฟังเสียงสายฝนเพลินจนรู้สึกว่าเหมือนเขาไม่ได้นั่งอยู่คนเดียวความรู้สึกที่ว่าตัวเองกำลังอยู่ในอันตราย ใบหน้าซีดเซียวเงยขึ้นเพื่อความแน่ใจว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับเขามันเป็นแค่เรื่องไร้สาระ แต่......
ร่างสูงๆน่าเกรงขาม ใบหน้าหล่อเหลากับสายตาแข็งกร้าวที่กำลังจ้องมองเขาอยู่นั้น มันทำให้เขาแน่ใจว่าอันตรายกำลังจะเกิดขึ้นกับเขาจริงๆ โจว คยูฮยอน กำลังโกรธเขาและกำลังทำร้ายร่างกายเขาอีกแล้ว
ซองมินถูกผลักให้นอนราบลงไปกับแคร่ไม้อย่างแรง แรงกดทับมันทำให้หนทางขัดขืนของซองมินเป็นศูนย์
“อย่านะ...อื้อออ ปล่อยฉันนะ”เสียงสั่นเครือเพราะอากาศหนาวกำลังร้องห้ามคนบนร่างอย่างสุดกำลัง ริมฝีปากเย็นชืดที่กำลังซุกไซร้อยู่ที่ซอกคอดูดดึงผิวเนื้ออย่างรุนแรง
ความป่าเถือนที่อีซองมินเพิ่งได้เจอมาเมื่อไม่กี่วันนี้ มันกำลังจะเกิดขึ้นกับเขาอีกใช่มั้ย...เจ็บ แค่เริ่มต้นก็เจ็บไปทั้งคอแล้ว ฮึก ทำไมถึงได้รุนแรงกันถึงขนาดนี้ ฉันผิดอะไรมากมายงั้นหรือ
น้ำเม็ดใสไหลรินอาบแก้มแต่ก็ไม่ได้ทำให้อีกคนรู้สึกตัวเลยซักนิด เพราะบัลดาลโทสะเข้าครอบงำความรู้สึกนึกคิดไปหมด เลยทำให้คยูฮยอนทำอะไรโดยไม่ยั้งคิดแบบนี้
“อึก อ๊าาาา ...ได้โปรด พอที” เสียงแหบแห้งแต่ทว่าหวานหูร้องขออย่างน่าเวทนา ดวงตากลมเปียกชื้น แคร่ไม้ที่ทำขึ้นอย่างไม่ปราณีตเท่าไหร่นักโงนเงนไปมาราวกับกำลังต่อสู้กับพายุลูกใหญ่
“อาา...อ๊าาา...อยากร่านนักก็ต้องโดนแบบนี้ อืมมมม” คำดูถูกดูแคลนพ่นออกมาใส่หน้าขาวซีดจนเจ็บร้าวไปถึงใจ ซองมินได้แต่กัดปากข่มความเสียใจและน้อยใจไว้....ได้แต่เฝ้าถามตัวเองอยู่ในใจ ว่า ผิดอะไร
....เราผิดอะไร ถึงได้ทำกับเราอย่างนี้....
“อึก...อื้ออออ....เจ็บ...คยูฮยอน ฮึก..ฮื่อ”เสียงสั่นเครือร้องออกมาอย่างน่าสงสาร รู้ว่าร้องขอออกไปอีกคนก็ไม่เห็นใจ แต่ร่างกายมันทนไม่ไหวแล้วจริงๆ แรงพายุที่โหมซัดกระหน่ำแข่งกับสายฝน มันรุนแรงไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ
ดวงตากลมที่ช่ำไปด้วยน้ำตา มองใบหน้าคมที่กำลังต่อสู้กับอารมณ์ด้วยแววตาเว้าวอนน่าเวทนาเป็นที่สุด....ข้อมือเล็กทั้งสองก็ถูกกดไว้กับพื้นแคร่ไม้ไผ่จนเจ็บร้าวไปถึงกระดูก ร่างกายเปียกชื้นเพราะละอองฝนและหยาดเหงื่อจากความร้อนภายในร่างกายของทั้งคู่มันไม่ได้ช่วยให้คยูฮยอน คนใจร้ายรู้สึกอะไรเลย คยูฮยอนรู้เพียงแค่ว่ากำลังโกรธอีซองมิน โกรธจนต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อให้มันพอดีกับความโกรธที่มี
แต่คยูฮยอนไม่คิดบ้างหรือ ว่าสิ่งที่ตัวเองทำ มันกำลังทำร้ายหัวใจของใครคนนึงจนไม่เหลือชิ้นดี เพียงเพราะอารมณ์เพียงชั่ววูบของตัวเองเท่านั้น
เรียวขาขาวฉีกกว้างเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดของช่องทางด้านหลัง เท้าเล็กลอยขึ้นจากพื้นจนสูงเพราะแรงกระแทกกระทั้นของใครอีกคน จังหวะเจ็บปวดยังคงดำเนินต่อไปซ้ำๆ พร้อมกับเสียงสะอื้นไห้และเสียงร้องขอให้หยุด
“อึก...ฮึก..อืออออ”
“อ๊าาาาาาาา”
ของเหลวอุ่นไหลวนเข้ามาในร่างกาย พร้อมกับจังหวะเจ็บปวดได้หยุดลง พายุเร่าร้อนจบลงไปพร้อมๆกับสายฝนที่ซาลงเช่นกัน ซองมินได้แต่เหม่อมองมันด้วยความว่างเปล่า จบแล้วสินะ ความทรมานนี้ข้อมือถูกปล่อยออกแต่มันก็ไม่มีแรงพอที่จะขยับไปไหนได้ ซองมินได้แต่นอนหมดแรงอยู่ท่าเดิมโดยมีคนใจร้ายทาบทับอยู่ด้านบน
หมดแรงไปทั้งคู่ เสียงหอบหายใจเพราะความเหนื่อยดังสลับกันไปมาในความเงียบ ไม่มีใครพูดอะไร ไม่มีใครลุกไปไหน ซองมินยังคงนอนอยู่ในท่าเดิมคยูฮยอนก็ยังคงนอนทาบทับอยู่ที่เดิม ใบหน้าหล่อเหลาหอบหายใจซบอยู่บนอกเนียน ส่วนนั้นก็ยังคงฝังลึกสร้างความเจ็บปวดให้ช่างทางร้อนเหมือนเดิม ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ราวกับถูกกดปุ่มสต๊อปไว้
“ไปไหนมา” เสียงทุ้มต่ำฉาบไปด้วยความไม่พอใจแหวกความเงียบออกมา ทำเอาคนฟังถึงกับขมวดคิ้วฉับ
ตากลมหรุบลงมองกลุ่มผมสีดำสนิทอยู่ตรงอกของตัวเองอย่างไม่เขาใจ....ถามทำไม ถามเพื่ออะไร ทั้งๆที่ทำกับเขาถึงขนาดนี้แล้วยังจะมาถามให้ได้อะไรขึ้นมา...น้ำตาเม็ดใสที่เพิ่งจะแห้งเหือดไปกลับมาอีกครั้ง
“ถ้ารู้แล้วคุณจะทำอะไรฉัน....ลงโทษโดยการปล้ำฉันงั้นหรอ” น้ำเสียงประชดประชันมันช่างกวนอารมณ์ได้ดีจริงๆ ซองมินไม่ได้อยากกวนโมโหแต่ซองมินแค่ไม่พอใจ ไม่พอใจที่คยูฮยอนไม่เห็นศักดิ์ศรีของซองมินเลยซักนิด
“ใช่ ถูกต้อง..” คยูฮยอนแสยะยิ้มกับความโง่เง่าอวดดีของอีกคน...แขนแกร่งที่เรี่ยวแรงกลับมาเต็มร้อยดันตัวเองขึ้นจากอกบาง ทอดสายตามองคนที่กำลังอวดดีอย่างผู้เหนือกว่า...และเขายิ่งดูเหนือกว่ามือเห็นสายตาอวดดีแปลเปลี่ยนมาเป็นตื่นตระหนก
“นี่จะทำอะไร..อื้อ” กรีดร้องด้วยความเจ็บ เมื่อคนที่พยุงกายขึ้นกระแทกกายเข้ามาแรงๆอีกครั้ง ทำให้ช่องทางที่มันระบมอยู่แล้ว อาการหนักขึ้นกว่าเดิม สองมือที่อ่อนแรงยกขึ้นดันไหล่แกร่งสุดแรงแต่ก็ไม่ได้ทำให้เจ้าตัวสะท้านเลยแม้แต่น้อย
“ไปไหนมา” เสียงทุ้มก้มลงถามใกล้กับใบหูขาว ก่อนจะใช้ลิ้นเล็มเลียน้ำตาเม็ดใสจากขมับขึ้นมาถึงหางตาก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่หน้าผากเนียน อาการตัวสั่นของคนใต้ร่างยิ่งทำให้คยูฮยอนได้ใจ
“อึก...พอแล้ว เอาออกไปนะ”ซองมินไม่สนใจจะตอบคำถาม ตอนนี้เขาอยากให้คยูฮยอนเอาส่วนที่มันขยายใหญ่จนทำให้ช่องทางปริแตกนี้ออกไปเสียก่อน..ได้โปรดเถอะ ไม่ไหวแล้วจริงๆ
“จะถามอีกครั้ง...ไปไหนมา!” เน้นย้ำถามพร้อมกับกระแทกกายเข้ามาแรงๆ จนคนด้านใต้กรีดร้องเสียงดังอย่างทรมาน
“ฉัน อึก...ไปเดินเล่นตลาดในเมืองมา อื้อ” เสียงหวานตอบกระท่อนกระแท่น เพราะแท่งเนื้อร้อนของคยูฮยอนที่กดลึกสร้างความทรมารอยู่ภายใน
“กับใคร”คำถามมันมาพร้อมกับการดันกระแทกตัวเข้าไปให้อีกคนได้เจ็บปวด...ความไม่พอใจที่ได้ยินในคำตอบแรกมันทำให้คยูฮยอนเริ่มไม่พอใจอีกแล้ว...เพิ่งจะเคยมาครั้งแรกแล้วไปรู้จักที่เที่ยวที่นี่ได้ยังไง....
“กับ...อื้ออ..กับคุณซึง ฮ ยอน..ฮึก ปล่อยเถอะ ฮึก” กำปั้นเล็กรัวเข้าที่ไหล่แกร่งไม่ยั้ง..รู้คำตอบแล้วก็เอาออกไปซะที หยุดซะทีเถอะ...ฮื่อๆๆ
คำตอบของอีซองมินเหมือนระเบิดลูกใหญ่ที่ระเบิดออกอย่างรุนแรงความมืดมัวของอารมณ์กลับมาอีกครั้ง แต่ดูท่าจะรุนแรงกว่าครั้งที่แล้วเสียอีก....ชเวซึงฮยอน ชื่อนายหลอกหลอนฉันไม่เลิกจริงๆ
“นัดมันมาจนได้นะ...ไปตลาดหรือไปโรงแรมมากันแน่...”
“นี่...ถามแล้วไม่เชื่อจะถามทำไม อ๊า หยุดนะ อื้ออออ อ๊าาาาา” เสียงแหบแห้งกรีดร้องขึ้นอีกครั้งเมื่อ แท่งร้อนเริ่มกระแทกเข้ามาอีกระรอก ทั้งรัวเร็วและรุนแรงไร้ซึ่งความปราณี กำปั้นที่คอยทุบตีเปลี่ยนมาเป็นยึดไหล่หนานั้นแทน ร่างกายสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกของคนด้านบน เสียงเนื้อกายที่กระทบกันดังเข้าโสตประสาทจนซองมินแทบอยากจะหูหนวกไปเสียตอนนี้
ฝนหยุดตกแล้ว ความเงียบในค่ำคืนเข้ามาแทนที่ ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบกายได้ยินเด่นชัดหมด เสียงคราง เสียงกัดกรามของอีกคน เสียงกระทบกันของเนื้อกาย เสียงแคร่ไม้ที่สั่นไหว แม้แต่เสียงของหยดน้ำตาอีซองมินยังได้ยินมันเลย
...พระเจ้าครับ อีซองมินคนนี้ผิดอะไร...
...ทรมานเหลือเกิน...
.
.
.
เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังมาเป็นระลอกๆ เสียงคลื่นที่เปรียบเสมือนเสียงดนตรีอันไพเราะของท้องทะเลที่ซองมินชอบฟังนั้น ตอนนี้มันไม่ได้เข้าหูของเจ้าตัวเลยซักนิด ร่างเล็กที่นอนหมดแรงทำได้แค่มองคนใจร้ายใส่เสื้อผ้าอยู่อย่างนั้น ไม่ขยับหรือคิดจะลุกไปไหน เพราะร่างกายเขามันเจ็บเกินจะขยับไปไหนได้แล้ว
“อีซองมิน ลุกขึ้น” คนที่จัดการกับตัวเองเรียบร้อยแล้วหันมาสั่งคนที่เอาแต่นอนนิ่งอย่างไม่พอใจ อยากจะอยู่ในสภาพแบบนี้ไปถึงเช้าเลยหรือไงกัน มือใหญ่คว้าเสื้อและกางเกงยีนส์เปียกชื้นขึ้นมาจากทรายแฉะ ยื่นให้คนที่ยังคงนอนนิ่งอยู่อย่างนึกโมโห
ซองมินได้แต่กัดปากมองคนป่าเถื่อนด้วยความโกรธแค้น ทำกับเขาถึงขนาดนี้แล้วยังจะคิดว่าเขาจะมีแรงลุกขึ้นได้อยู่อีกหรือ ใจร้าย จิตใจคุณมันทำด้วยอะไรกันแน่
“ได้งั้นกลับมันทั้งอย่างนี้แหละ” ว่าแล้วก็ตรงเข้ากระชากแขนบางให้ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เท้าแตะถึงพื้นรางเล็กก็ทรุดหวบลงไปกับพื้นทรายทันที ทำเอาคนที่กำลังขัดใจอย่าง โจวคยูฮยอนถึงกับตกใจ
“ฮึกใจร้าย...คุณมันใจร้ายที่สุดเลย..ฮึกฮื่ออ” ซองมินปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง ทำไมน้ำตาที่คิดว่ามันจะเหือดแห้งไปหมดแล้วมันกลับมาตีตื้นอีกครั้งได้ ร่างกายเปลือยเปล่านั่งหมดแรงร้องไห้อยู่กับพื้นทรายชื้นแฉะ ใบหน้าหวานก้มสะอื้นอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ
“หยุดร้องเดี๋ยวนี้นะ...อีซองมินฉันบอกให้หยุด” คยูฮยอนออกคำสั่งกับคนที่เอาแต่ร้องไห้อย่างอารมณ์เสีย มาร้องไห้โวยวายอะไรตอนนี้เนี่ยเมื่อเห็นว่าอีกคนไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นง่ายๆ จึงต้องพยุงตัวที่อ่อนปวกเปียกขึ้นมานั้งบนแคร่ไม้แล้วจัดการใส่เสื้อผ้าให้อย่างรวดเร็ว เขาไม่อยาก จะอยู่ตรงนี้นานเท่าไหร่ เพราะนี่ก็หายออกจากบ้านมานานแล้ว ถ้าขืนคนในบ้านนั้นตื่นมาไม่เจอเขากับซองมินล่ะก็จะเป็นเป็นที่สงสัยเอาง่ายๆ...คยูฮยอนไม่ได้กลัว แต่แค่ไม่อยากตอบคำถามก็เท่านั้น
เมื่อใส่เสื้อผ้าให้คนที่เอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นเรียบร้อยแล้ว คยูฮยอนดึงให้ซองมินลุกขึ้นยืน เข้งขาที่อ่อนแรงจนยืนแทบไม่อยู่ของซองมินคยูฮยอนเลยต้องคอยประคองเอวไว้ไม่ให้ล้ม ทั้งสองเดินกลับที่พักอย่างทุลักทุเล เสื้อผ้าผมเผ้าที่เปียกปอนบวกกับสภาพที่ย่ำแย่ของซองมิน มันง่ายที่จะคาดเดาเลยแหละว่าสองคนนี้หายไปทำอะไรกันมา แต่จะมีใครรู้กันล่ะในเมื่อเวลานี้คนในบ้านนอนกันหมดแล้ว
ทั้งสองก้าวมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องใต้บันได ใบหน้าคมก้มลงมองหน้าขาวซีดอย่างคนหมดแรงด้วยสีหน้าเรียบเฉย เดินมาแค่นี้ก็เหนื่อยแล้วหรือไง
“เข้าไปได้แล้ว” มือข้างที่ว่างเปิดประตูก่อนข้างที่คอยประคองเอวเล็กไว้จะคลายออกเพื่อให้คนที่อยู่ในความควบคุมสามารถเดินต่อไปเองได้ คยูฮยอนมองร่างเล็กที่เดินเข้าห้องไปอย่างเชื่องช้า ก่อนจะพูดทิ้งท้ายให้คนที่เดินทุลักทุเลแทบล้มลงไปกองกับพื้นอีก
“อย่าคิดร่านไปหาไอ้ซึงฮยอนอีกล่ะ”
ปัง!!!
สิ้นเสียงปิดประตูร่างของซองมินก็ทรุดลงกับพื้นไปทั้งร่าง สองมือได้แต่กำแน่นไว้บนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ....หยดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่ล่วงหล่นบนพื้นอย่างต่อเนื่อง เสียงสะอื้นดังขึ้นอย่างหยุดไม่อยู่.....ไม่ไหวแล้วร่างกายมันเจ็บเกินจะทนแล้ว ซองมินไม่ขอทนต่อไปได้มั้ย อึกฮื่อ
.
.
.
เมื่อเข้ามาในห้องนอนที่ว่างเปล่าของตัวเองเพราะคิฮยอนยังคงงอนเขาอยู่เลยหนีไปนอนห้องคริสแทน คยูอยอนไม่ได้สนใจเรื่องของคิฮยอนเลย เขากำลังคิดถึงเรื่องของซองมิน ร่างสูงได้แต่เดินวนไปวนมาในหัวมันมีไฟสุมกันเต็มไปหมด ซึงฮยอนมันจะตามมาทำไม สองคนนี้ไปนัดเจอกันตอนไหน มันมีอะไรเกินเลยกว่าที่เราจะคาดถึงหรือเปล่า....โถ่โว้ย
หมอนใบนุ่มถูกเหวี่ยงลงพื้นอย่างไม่ปราณี สายตาแข็งกร้าวราวกับสัวต์ดุร้ายกำลังจ้องจะทำร้ายศัตรู เมื่อคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างซองมินกับซึงฮยอนที่เขาไม่สามารถรู้ได้นั้นแล้วก็ยิ่งโมโห...ลับหลังฉัน นายกอด นายจูบกันหรือเปล่า หรือว่ามันมากกว่านั้น
“โถ่โว้ยย” สบทเสียงต่ำรอดไรฟันหมอนอีกใบถูกเหวี่ยงตามลงไป ร่างสูงข่มอารมณ์พุ่งพล่านในสมองไว้ มันคงไม่เป็นอย่างที่คิดหรอก แต่ถ้าเป็นล่ะจะทำไมงั้นหรือ นั่นสิจะทำไม หย่า ใช่ก็แค่หย่าเขาจะได้อยู่กับคิฮยอนได้อย่างสบายใจ....แต่ถึงยังไงฉันก็ไม่ยอมปล่อยนายไปง่ายๆหรอก อีซองมิน
เพราะความระแวงที่มันก่อตัวขึ้นจนทำให้คยูฮยอนนอนไม่ติดที่ ร่างสูงอาบน้ำอาบท่ามาอยู่ในชุดนอนสีน้ำเงินเข้มลงมานอนยังโซฟาชั้นล่างที่อยู่ตรงข้ามกับห้องใต้บันไดนั่น ตาคมกล้าจ้องมองบานประตูนิ่ง นานเท่าไหร่แล้วที่คยูฮยอนมานั่งกอดอกจ้องประตูไม้ราคาแพงบานนั้น เขาข่มใจให้หลับไม่ได้เพราะกลัวว่าคนในห้องอาจจะแอบหนีออกไปกลางดึก ถูกเขาทำขนาดนั้นแล้วอีซองมินอาจจะหนีไปหาไอ้ซึงฮยอนนั่นก็ได้
.
.
.
.
คิบอมที่ตื่นก่อนใครก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นคยูฮยอนนอนหลับหมดสภาพอยู่บนโซฟา...ห้องมีทำไมไม่นอน แล้วคิ้วเข้มก็ต้องขมวดเข้าหากันเมื่อสายตาพลันไปมองห้องใต้บันได...บ้าหน่าคยูมันคงนอนดูทีวีจนเผลอหลับเสียมากว่า มันคงไม่มานอนเฝ้าเมียที่มันบอกว่าเกลียดเข้าไส้หรอก คิบอมโคลงหัวไปมาไม่อยากจะเก็บเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องมาคิดให้ปวดหัวแต่เช้า ร่างโปร่งจึงเดินเลยคนที่นอนหมดแรงเข้าครัวไป...กินกาแฟหน่อยดีกว่า
“อ้าวคุณซองมิน ตื่นแต่เช้าจังนะครับ” ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องครัวคิบอมก็เห็นซองมินยืนอยู่หน้าเตาเหมือนกำลังจะต้มอะไรอยู่ซักอย่าง
“ซองมินรู้สึกหิวนะฮะเลยตื่นมาทำข้าวต้มกิน คุณคิบอมเอาด้วยมั้ยฮะ”
“ไม่ดีกว่ากครับเช้าๆอย่างนี้ผมขอกาแฟพอ”
ทั้งคู่ยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตรก่อนจะหันมาจัดการกับภารกิจของตัวเองให้เสร็จ คิบอมชงกาแฟของตัวเองพลางฮัมเพลงคลอไปด้วย ส่วนซองมินก็ทำอาหารให้ตัวเองทานไปแล้วก็ยิ้มกับความขบขันของคิบอมไปด้วย
อย่างน้อยเช้านี้ก็ไม่แย่อย่างที่คิดเท่าไหร่หรอกนะ อีซองมินที่ไม่ได้นอนทั้งคืนเรียกได้ว่าร้องไห้ทั้งคืนดีกว่า พอฟ้าสว่างท้องมันก็รู้สึกหิวขึ้นมาซะเฉยๆเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเขายังไม่ได้ทานอะไรเลยนี่นา ถ้าไม่ติดว่าเจ็บท้องอีซองมินก็ไม่ออกจากห้องมาหรอกเพราะไม่อยากจะเจอหน้าของคนป่าเถื่อนซักเท่าไหร่แต่พระเจ้ากลับไม่เข้าข้างเขาเลย พอเปิดประตูห้องปุ๊บไอ้คนป่าเถื่อนก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าถึงจะหลับอยู่ก็เถอะ
เพิ่งตื่นมานอนตอนเช้าหรือว่านอนตั้งแต่เมื่อคืน ซองมินไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองนะแต่เขารู้สึกว่าคยูฮยอนมานอนเฝ้าเขา คงจะกลัวเราหนีล่ะสิ....ฮึ ยังไงฉันก็จะหาทางหนีคุณจนได้นั่นแหละ โจว คยูฮยอน
คิบอมที่นั่งจิบกาแฟดูซองมินทำอาหารไปด้วยก็เกิดความสงสัยเมื่อเห็นท่าเดินแปลกๆของอีกคน....
“คุณซองมินเจ็บขาหรือเปล่าครับเห็นเด็นกะเพลก” ถามเพราะเป็นห่วง
“เอ่อ..คือขาเคล็ดนิดหน่อยฮะ”ตอบพลางยกถ้วยข้าวต้มมาวางไว้บนโต๊ะอาหารแล้วรีบนั่งลงทันที แต่ก็ต้องชักสีหน้าเมื่อความเจ็บแปลบแล่นปราดขึ้นมาถึงหัวใจ....กลัวถูกจับได้จนเผลอนั่งแรงไปหน่อย โอ้ยเจ็บจังเลย...
ซองมินได้แต่ข่มความเจ็บไว้ พยายามทำท่าทางให้เป็นปกติที่สุด ยิ้มหวานส่งให้คนช่างสังเกตกลบเกลื่อนพิรุธ
“อ๋อครับถ้างั้นผมขอตัวไปดูทีวีก่อนนะครับ”
“เชิญเลยฮะ” ซองมินแทบจะปาดเหงื่อบนใบหน้าเมื่อคิบอมเดินหายไปทางประตูแล้ว เกือบถูกจับได้เสียแล้วมั้ยล่ะใบหน้าหวานแหยเกเล็กน้อยก่อนจะทานข้าวต้มในถ้วยต่อ
.
.
.
เมื่อทานจนอิ่มแล้วซองมินก็รีบเข้าห้องของตัวเองทันที เข้ายังจำสายตาของคยูฮยอนได้ดีก่อนที่จะปิดประตู มันเป็นสายตาที่ดุดันจนดูหน้ากลัวน่าแปลกแค่ใช่สายตาก็สามารถทำให้เขากลัวจนตัวสั่นไปแล้วหรือเนี่ย
ซองมินเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้คงเพราะไม่ได้นอนทั้งคืนร่างกายมันอ่อนเพลียมากเกินไปตื่นมาอีกทีก็บ่ายกว่าๆแล้ว ตื่นมาก็ไม่รู้จะไปไหน ออกจากห้องไปก็ต้องเจอคุณคยูฮยอน เก็บตัวอยู่ในห้องก็น่าเบื่อ เฮ้อ อยากจะรู้จริงๆ ว่าจะพาเรามาทำไมกัน ซองมินเดินมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าต่างกระจก พลันไปเห็นคนอื่นๆกำลังเล่นน้ำในสระว่ายน้ำกันอย่างสนุกสนาน ความจริงซองมินก็ตั้งใจว่าจะมาเล่นน้ำวันนี้เหมือนกันอุตส่าห์ซื้อกางเกงว่ายน้ำมาแล้ว แต่จะเล่นยังไงในเมื่อตัวเขามีแต่รอยแดงบ้าๆนั่น เต็มไปหมด แถมแผลตรงช่องทางนั้นก็ยังระบมอยู่เลย
ตากลมมองรอยยิ้มของคนป่าเถื่อนยิ้มให้คิฮยอนที่กำลังเล่นน้ำอยู่ใกล้ๆกัน ความเจ็บร้าวก็แล่นขึ้นมาตีอยู่ที่อก ลอยยิ้มและความอบอุ่นนั่น คุณคงมีไว้ให้คิฮยอน คนรักของคุณคนเดียวสินะ คงจะรักมากจนได้ทุกอย่างที่เป็นความดีของโจวคยูฮยอนไปหมด เหลือแต่ความเฉยชาชั่วร้ายมาให้คนที่เกลียดมากอย่างฉันสินะ
น้อยใจ....?????
นี่เรากำลังน้อยใจอย่างนั้นหรือ
บ้าหน่าอีซองมิน...นายจะรู้สึกอะไรกับคนอย่างนั้นไม่ได้นะ
อย่าแม้แต่จะคิด
แล้วทำไมน้ำตาต้องมาไหลด้วยเนี่ย
++++++++++++++++++Love Less ไร้รัก+++++++++++++++++++++++
หลังจากที่เล่นน้ำกันจนตัวแทบเปื่อยแล้ว คยูฮยอนและเพื่อนๆก็พากันมาอาบน้ำแต่งตัวใหม่เพื่อมาเตรียมอาหารกินกันในค่ำคืนนี้ คยูฮยอน คิบอมและซีวอน บุคคลที่ทำอาหารไม่เป็นก็ได้แต่มานั่งรออยู่ที่หน้าทีวีปล่อยไห้สามแม่ครัวนั้นเขาทำกันไป
“ยังไม่เห็นเมียนายออกมาจากห้องซักที่เลยนะ”ซีวอนท้วงขึ้น นี่ก็เย็นมากแล้วคุณซองมินไม่หิวหรือไงกัน ไอ้คูยฮยอนก็ไม่สนใจเมียตัวเองเลย รู้อยู่ว่าไม่รักแต่มันเป็นคนลากเค้ามาเองก็หน้าจะสนใจกันบ้าง...ดูมันขนาดพูดแล้วมันยังไม่สนใจดูทีวีต่อทำหูทวนลมซะอย่างนั้น
“ไม่ใช่เป็นลมตายไปแล้วหรอ เมื่อเช้าเห็นหน้าซีดๆ” คิบอมเสริมขึ้นอีกคนหลังจากเห็นว่าคยูฮยอนไม่สนใจ
“เค้าเป็นเมียพวกนายหรือไง ถึงเป็นห่วงกันจัง อย่าไปสนใจเลย” คยูฮยอนพูดอย่างเหนื่อยหน่าย แค่ชื่อก็ทำเอาหงุดหงิดขึ้นง่ายๆแล้ว
“ถ้าเป็นเมียก็ดีสิ จะดูแลเช้าเย็นเลยน่ารักอย่างนั้น”คิบอมพูดประชดใส่ เห็นท่าทางของคยูฮยอนแล้วอดหมันไส้ไม่ได้ ทำเป็นพูดดีไป แค่เมื่อวานซองมินมาอยู่ใกล้เขา มันก็ส่งสายตาอัมหิตมาให้ไม่รู้ว่าคยูฮยอนรู้ตัวหรือไม่ แต่คิบอมดูออกว่าสายตาอย่างนั้นมันหึงชัดๆ
“ไอ้คิบอม!!” ดูเหมือนลูกล่อของคิบอมจะได้ผล คยูฮยอนกระชากเสียงใส่เพื่อนอย่างไม่พอใจ เตรียมจะด่าต่อแต่......
“น้าคยูฮยอนนนนนนนนนนนนนน คิดถึงจังเลย”
“ดาอี”
ToBeCon
กร๊าบบบบบบบบบค่ะ มาลงซักทีหลังจากที่ดองนานข้ามเดือน คราวนี้เลยไม่ขอจบค้างนะ แบบว่ากลัวต่อไม่ติดอีก ตอนนี้เหมือนไม่มีอะไร แต่ก็มีนิดนึงนะ 555+ ก็เริ่มรู้แล้วไงว่าคยูฮยอนมันหึงโหดมากๆ มันเริ่มคิดมาก เริ่มระแวง แล้วก็เริ่มเฝ้าซองมินมากขึ้น คราวนี้ซองมินเริ่มอยากหนีส่วนคยูก็เริ่มมาคุม แล้วมินจะหนีไปไหนรอดมั้ย คุณซึงฮยอนของเราไม่โผล่เลย แต่ตอนหน้ามาแน่ๆ ฮี่ๆๆๆ
แต่ดาอีตัวช่วยซองมินมาแล้วนะ คยูมันกดมินยากขึ้นแล้วแหละ ฮ่าๆๆๆ ตอนนี้สั้นอย่าว่ากันนะ ตอนหน้าจะมาเร็วๆแล้วกันนะ คิคิ
ปล.อ่านแล้วโหวตให้เรื่องนี้ด้วยนะ http://www.dek-d.com/voiz2009/pop_vote.php?id=539273
ปลล. รักคนอ่านรักคนทวง แต่รักคนเม้นมากที่สุด อิอิ
ปลลล. รักษาสุขภาพกันด้วยน้า
Bowmin FICs: InDex


